4 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาจีน (Four Sacred Buddhist Mountains of China)
4 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาจีน (Four Sacred Buddhist Mountains of China)
“สี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาจีน” เป็นกลุ่มภูเขาสำคัญที่พุทธศาสนาจีนเชื่อมโยงกับพระโพธิสัตว์สำคัญสี่องค์ ประกอบด้วย อู่ไถซาน (Mount Wutai) มณฑลซานซี เชื่อมโยงกับพระมัญชุศรีโพธิสัตว์, เอ๋อเหมยซาน (Mount Emei) มณฑลเสฉวน เชื่อมโยงกับพระสมันตภัทรโพธิสัตว์, จิ่วหัวซาน (Mount Jiuhua) มณฑลอันฮุย เชื่อมโยงกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และ ผู่ถัวซาน (Mount Putuo) เมืองโจวซาน มณฑลเจ้อเจียง เชื่อมโยงกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หรือพระกวนอิม ภูเขาทั้งสี่ไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้กัน แต่กระจายตัวอยู่คนละภูมิภาคของจีน และมีภูมิประเทศแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ อู่ไถซานเป็นภูเขาสูงและอากาศค่อนข้างเย็นทางภาคเหนือ เอ๋อเหมยซานเป็นภูเขาสูงเขียวชอุ่มบริเวณขอบแอ่งเสฉวน จิ่วหัวซานเป็นภูเขาและศาสนสถานท่ามกลางภูมิประเทศของอันฮุย ส่วนผู่ถัวซานมีลักษณะพิเศษที่สุด เพราะเป็นเกาะในทะเลบริเวณหมู่เกาะโจวซาน ดังนั้น แม้จะถูกเรียกรวมว่า “สี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์” แต่ประสบการณ์การเดินทางของทั้งสี่แห่งแตกต่างกันมาก ตั้งแต่การขึ้นภูเขาสูง การเดินตามเส้นทางวัด การแสวงบุญ ไปจนถึงการนั่งเรือไปยังเกาะศักดิ์สิทธิ์กลางทะเล
บทนำ
เมื่อพุทธศาสนาเข้าสู่จีน แนวคิดและคัมภีร์จากอินเดียและเอเชียกลางค่อย ๆ ผสมผสานกับภูมิประเทศและวัฒนธรรมจีน ภูเขาซึ่งเดิมมีสถานะสำคัญในความเชื่อของจีนอยู่แล้วจึงกลายเป็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับการสร้างวัด อาราม และสถานที่ปฏิบัติธรรม ความสงบ ความห่างไกลจากเมือง ป่าไม้ ถ้ำ หน้าผา และยอดเขา ล้วนเอื้อต่อภาพของภูเขาในฐานะพื้นที่ที่มนุษย์สามารถแสวงหาความสงบและปัญญา เมื่อเวลาผ่านไป ภูเขาบางแห่งถูกเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับพระโพธิสัตว์องค์ต่าง ๆ จนเกิดระบบ “สี่ภูเขาพุทธศักดิ์สิทธิ์” ที่รู้จักกันในปัจจุบัน ได้แก่ ปัญญาที่อู่ไถซาน การปฏิบัติและมหาปณิธานที่เอ๋อเหมยซาน ความเมตตาและการโปรดสัตว์ที่ผู่ถัวซาน และปณิธานช่วยเหลือสรรพสัตว์ของพระกษิติครรภ์ที่จิ่วหัวซาน
จุดสำคัญคือ ภูเขาทั้งสี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ในตำนาน พื้นที่เหล่านี้มีวัด ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประเพณีการแสวงบุญที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ อู่ไถซานและเอ๋อเหมยซานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO โดยอู่ไถซานได้รับการยอมรับในฐานะภูมิทัศน์วัฒนธรรมทางพุทธศาสนาที่มีวัดจำนวนมาก ขณะที่เอ๋อเหมยซานมีคุณค่าทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ (UNESCO World Heritage Centre)
จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว
อู่ไถซาน (Mount Wutai) ดินแดนแห่งพระมัญชุศรีโพธิสัตว์
อู่ไถซานตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลซานซี ชื่อ “Wutai” มีความหมายตรงตัวประมาณว่า “ห้ายอดหรือห้าลานราบ” สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศซึ่งมียอดสำคัญห้ายอดล้อมรอบพื้นที่ศูนย์กลางทางศาสนา
อู่ไถซานมีสถานะเป็นศูนย์กลางสำคัญของการบูชาพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (Manjusri) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา UNESCO ระบุว่าอู่ไถซานเป็นหนึ่งในสี่ภูเขาพุทธศักดิ์สิทธิ์ของจีน และเป็นศูนย์กลางระดับโลกของความศรัทธาต่อพระมัญชุศรี มีประวัติการสร้างวัดตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 (UNESCO World Heritage Centre)
พื้นที่ที่นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญใช้เป็นฐานสำคัญคือ ไถหวย (Taihuai) ซึ่งมีวัดหลายแห่งกระจุกตัวอยู่ใกล้กัน การเที่ยวอู่ไถซานจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความคิดว่าจะต้องเดินพิชิตยอดทั้งห้า เพราะสำหรับผู้มาเยือนทั่วไป หัวใจของประสบการณ์อยู่ที่การเดินระหว่างวัด ศึกษาสถาปัตยกรรม และสัมผัสบรรยากาศของชุมชนทางศาสนา
หนึ่งในโบราณสถานสำคัญมากคือ Foguang Temple โดย UNESCO ให้ความสำคัญกับ East Main Hall ซึ่งเป็นอาคารไม้สมัยราชวงศ์ถังที่ยังคงเหลืออยู่และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมสูงมาก ภูมิทัศน์ของอู่ไถซานจึงทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์กลางภูเขาที่ช่วยให้เห็นวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมพุทธจีนตลอดระยะเวลายาวนาน (UNESCO World Heritage Centre)
สำหรับนักเดินทาง อู่ไถซานควรเผื่ออย่างน้อย 1–2 วัน และมากกว่านั้นหากต้องการชมวัดนอกพื้นที่ไถหวยหรือเดินทางไปยังยอดต่าง ๆ เนื่องจากพื้นที่กว้างและสถานที่สำคัญไม่ได้อยู่ติดกันทั้งหมด
เอ๋อเหมยซาน (Mount Emei) ดินแดนแห่งพระสมันตภัทรโพธิสัตว์
เอ๋อเหมยซานตั้งอยู่ใกล้เมืองเอ๋อเหมยซานและเล่อซานในมณฑลเสฉวน เป็นหนึ่งในภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของชุดนี้ เพราะมีทั้งความสำคัญทางพุทธศาสนา ระบบนิเวศภูเขาที่หลากหลาย และภูมิประเทศที่มีความต่างระดับสูง
ภูเขาแห่งนี้เชื่อมโยงกับ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (Samantabhadra หรือ Puxian) และเป็นหนึ่งในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาจีน UNESCO ระบุว่าเอ๋อเหมยซานมีประวัติทางพุทธศาสนายาวนานกว่า 2,000 ปี และมีวัดมากกว่า 30 แห่งกระจายตามภูเขา (UNESCO World Heritage Centre)
จุดหมายที่นักท่องเที่ยวรู้จักมากที่สุดคือ Golden Summit หรือ Jinding บริเวณยอดเขาสูงกว่า 3,000 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มศาสนสถานและพระสมันตภัทรขนาดใหญ่ หากสภาพอากาศเหมาะสมสามารถชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นได้ แต่สภาพอากาศบนยอดเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการเห็นวิวเปิดโล่งไม่สามารถรับประกันได้
ระหว่างทางยังมีวัดและพื้นที่ธรรมชาติสำคัญ เช่น Baoguo Temple, Wannian Temple และ Qingyin Pavilion การเดินทางจึงสามารถเลือกได้ตั้งแต่แบบใช้รถและกระเช้าขึ้นใกล้ Golden Summit ไปจนถึงการเดินตามเส้นทางภูเขาหลายช่วง
เอ๋อเหมยซานยังโดดเด่นทางธรรมชาติอย่างมาก UNESCO บันทึกพืชประมาณ 3,200 ชนิด และภูเขามีแนวพืชพรรณตั้งแต่ป่ากึ่งเขตร้อนบริเวณด้านล่างไปจนถึงป่าสนระดับสูง ความเปลี่ยนแปลงของป่าตามระดับความสูงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรสังเกตระหว่างการเดินทาง (UNESCO World Heritage Centre)
ผู้มาเยือนควรระวังลิงป่าบางพื้นที่ ไม่ควรถืออาหารให้เห็นชัดหรือเข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
จิ่วหัวซาน (Mount Jiuhua) – ดินแดนแห่งพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
จิ่วหัวซานตั้งอยู่ในมณฑลอันฮุย บริเวณเมืองฉือโจว (Chizhou) เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (Ksitigarbha หรือ Dizang) ผู้มีปณิธานสำคัญเกี่ยวกับการช่วยเหลือสรรพสัตว์
ภูมิประเทศประกอบด้วยยอดเขา ป่า หน้าผา และวัดที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างระดับ จึงให้ประสบการณ์แตกต่างจากอู่ไถซานที่มีพื้นที่ศูนย์กลางค่อนข้างชัดเจน การเที่ยวจิ่วหัวซานต้องผสมผสานระหว่างรถรับส่ง กระเช้า และการเดินขึ้นลงบันไดตามพื้นที่ที่เลือก
หนึ่งในเรื่องสำคัญของจิ่วหัวซานคือประเพณีที่เชื่อมโยงกับ Kim Gyo-gak หรือ Jin Qiaojue พระจากอาณาจักรชิลลาในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งตามประเพณีทางศาสนาเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่จิ่วหัวซาน และภายหลังได้รับการเชื่อมโยงกับพระกษิติครรภ์ เรื่องนี้สะท้อนว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีนไม่ได้ดำรงอยู่โดดเดี่ยว แต่มีความสัมพันธ์กับเครือข่ายพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกด้วย
จิ่วหัวซานเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นภูเขาพุทธในบรรยากาศซึ่งวัด ชุมชน ภูเขา และเส้นทางแสวงบุญผสมผสานกัน ควรเผื่ออย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม และ 2 วันจะเหมาะกว่าหากต้องการชมหลายพื้นที่โดยไม่เร่งรีบ
ผู่ถัวซาน (Mount Putuo) ดินแดนแห่งพระกวนอิมกลางทะเล
ผู่ถัวซานเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะพิเศษที่สุดในกลุ่ม เพราะตั้งอยู่บน เกาะผู่ถัวในหมู่เกาะโจวซาน มณฑลเจ้อเจียง นักเดินทางจึงไม่ได้พบเพียงภูเขาและวัด แต่ยังพบชายฝั่ง ทะเล โขดหิน และท่าเรือ
ผู่ถัวซานเชื่อมโยงกับ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (Avalokitesvara) ซึ่งในวัฒนธรรมจีนรู้จักอย่างกว้างขวางในนาม กวนอิม (Guanyin) ภูเขาจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายแสวงบุญสำคัญที่สุดสำหรับผู้ศรัทธาพระกวนอิม
วัดสำคัญประกอบด้วย Puji Temple, Fayu Temple และ Huiji Temple รวมถึงพระกวนอิมขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในภาพจำของเกาะ เส้นทางระหว่างวัดมีทั้งรถโดยสารบนเกาะและทางเดิน นักเดินทางสามารถเลือกเดินบางช่วงเพื่อสัมผัสบรรยากาศป่าและชายฝั่งได้
สิ่งที่ต้องวางแผนต่างจากอีกสามแห่งคือ การเดินทางทางเรือ สภาพอากาศ คลื่นลม และจำนวนผู้แสวงบุญสามารถส่งผลต่อการเดินทางได้ จึงไม่ควรวางเวลาต่อเที่ยวบินหรือรถไฟกลับแบบกระชั้นชิดเกินไป
ประวัติหรือความสำคัญ
ความน่าสนใจที่สุดของ Four Sacred Buddhist Mountains อยู่ที่การที่พุทธศาสนาซึ่งมีต้นกำเนิดในอินเดียสามารถปรับตัวเข้าสู่ภูมิประเทศและวัฒนธรรมจีนจนเกิด “ภูมิศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์” ชุดใหม่ขึ้นมา
อู่ไถซาน เป็นตัวอย่างสำคัญมาก หลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าภูเขาแห่งนี้ดึงดูดทั้งพระสงฆ์ ผู้แสวงบุญ และจักรพรรดิ UNESCO ระบุถึงความสัมพันธ์กับราชสำนักที่ดำเนินต่อเนื่องประมาณหนึ่งพันปี และมีจักรพรรดิหลายพระองค์เดินทางมาสักการะ ขณะเดียวกันความศรัทธาต่อพระมัญชุศรียังแพร่ไปยังพื้นที่อื่นของเอเชีย ทำให้อู่ไถซานมีความสำคัญเกินขอบเขตของจีน (UNESCO World Heritage Centre)
เอ๋อเหมยซาน แสดงอีกด้านหนึ่ง คือการที่ภูเขาธรรมชาติสามารถกลายเป็นภูมิทัศน์ทางศาสนาโดยไม่สูญเสียคุณค่าทางระบบนิเวศ UNESCO ขึ้นทะเบียน Mount Emei Scenic Area รวมกับ Leshan Giant Buddha Scenic Area เป็นมรดกโลกในปี 1996 ด้วยคุณค่าทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ และเน้นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่มนุษย์สร้างขึ้นกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ (UNESCO World Heritage Centre)
จิ่วหัวซานและผู่ถัวซาน ทำให้เห็นอีกมิติหนึ่ง คือพุทธศาสนาไม่ได้สร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้เฉพาะยอดสูงที่สุด ภูเขาอาจมีความสำคัญจากเรื่องราวทางศาสนา การปฏิบัติธรรม วัด และประเพณีแสวงบุญที่สะสมต่อเนื่องหลายยุคสมัย
ดังนั้น คำว่า “ภูเขาศักดิ์สิทธิ์” ในบริบทนี้จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการจัดอันดับความสวยหรือความสูง แต่หมายถึงพื้นที่ที่ศรัทธา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิประเทศค่อย ๆ หลอมรวมกันจนกลายเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
หากมีโอกาสเดินทางไปทั้งสี่แห่ง ควรสังเกต “บุคลิก” ของแต่ละภูเขามากกว่าพยายามเก็บเฉพาะจุดถ่ายภาพ อู่ไถซานควรให้เวลากับวัดใน Taihuai และศึกษาสถาปัตยกรรมเก่า โดยเฉพาะ Foguang Temple หากแผนการเดินทางเอื้อ เอ๋อเหมยซานควรสัมผัสทั้งพื้นที่เชิงเขา วัดระหว่างทาง และ Golden Summit เพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติตามระดับความสูง
จิ่วหัวซาน ควรเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะวัดและศาสนสถานกระจายตามพื้นที่ภูเขา การเดินบันไดเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ ส่วนผู่ถัวซานควรให้เวลากับวัดหลักควบคู่กับภูมิทัศน์ทะเล เพราะลักษณะ “ภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนเกาะ” คือสิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากอีกสามแห่ง
ผู้ที่สนใจพุทธศาสนาอาจมองทั้งสี่แห่งผ่านแนวคิดของพระโพธิสัตว์แต่ละองค์ ขณะที่ผู้สนใจสถาปัตยกรรมควรสังเกตว่าการวางวัดตอบสนองต่อภูมิประเทศอย่างไร วัดบางแห่งตั้งบนพื้นที่ราบ บางแห่งเกาะตามไหล่เขา และบางแห่งต้องเดินขึ้นบันไดจำนวนมากก่อนเข้าถึง นี่คือรายละเอียดที่ทำให้การเที่ยวภูเขาพุทธแตกต่างจากการเดินทางไป “ชมวิวบนยอดเขา”
เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว
ภูเขาทั้งสี่อยู่ต่างภูมิภาค จึงไม่ควรใช้คำแนะนำเรื่องฤดูกาลแบบเดียวกันทั้งหมด อู่ไถซานอยู่ทางเหนือและมีระดับความสูงมาก ฤดูร้อนจึงค่อนข้างเย็นเมื่อเทียบกับพื้นที่ราบ แต่ฤดูหนาวหนาวจัดและมีหิมะ เว็บไซต์การท่องเที่ยวจีนระบุว่ายอดเหนือสูงประมาณ 3,058 เมตรและอุณหภูมิฤดูร้อนในพื้นที่สูงค่อนข้างต่ำ (China Tourism)
เอ๋อเหมยซาน มีความต่างระดับมาก จึงสามารถพบอุณหภูมิและสภาพอากาศต่างกันชัดเจนระหว่างเชิงเขากับ Golden Summit แม้ด้านล่างอากาศอุ่น แต่ด้านบนอาจเย็น มีลม หมอก หรือฝน ควรเตรียมเสื้อกันลมและเสื้อกันฝนแม้เดินทางในฤดูที่อากาศอบอุ่น
จิ่วหัวซาน เหมาะกับฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงสำหรับการเดินชมวัดและภูเขา ส่วนผู่ถัวซานควรพิจารณาสภาพอากาศทางทะเลร่วมด้วย เพราะการเดินทางเข้าออกเกาะอาจได้รับผลกระทบจากลมและสภาพทะเล
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ควรเผื่อ อย่างน้อย 1–2 วันต่อแห่ง โดยเฉพาะอู่ไถซานและเอ๋อเหมยซานซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก การพยายามเก็บทุกจุดในวันเดียวอาจทำให้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับรถรับส่ง กระเช้า และการเดินทางระหว่างสถานที่
ผู้สูงวัยควรตรวจสอบระยะเดินและจำนวนบันไดอย่างละเอียด แม้สถานที่หลายแห่งมีรถและกระเช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการเดิน หลังลงกระเช้าอาจยังต้องขึ้นลงบันไดหรือเดินต่ออีกระยะหนึ่ง
ควรหลีกเลี่ยงวันหยุดยาวของจีนหากต้องการบรรยากาศสงบ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลทางพุทธศาสนาซึ่งบางพื้นที่อาจมีผู้แสวงบุญจำนวนมาก ระบบจองบัตร กระเช้า รถรับส่ง เวลาเปิด และข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนเดินทาง
สรุปบทส่งท้าย
สี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาจีน ช่วยให้เราเห็นว่าภูเขาสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาได้อย่างลึกซึ้งเพียงใด อู่ไถซานเป็นดินแดนแห่งพระมัญชุศรีและปัญญา เอ๋อเหมยซานเชื่อมโยงกับพระสมันตภัทร จิ่วหัวซานสัมพันธ์กับพระกษิติครรภ์ และผู่ถัวซานคือดินแดนแห่งพระกวนอิม แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่ารายชื่อพระโพธิสัตว์คือ ภูเขาทั้งสี่แสดงให้เห็นกระบวนการที่ผู้คนค่อย ๆ สร้าง “ภูมิทัศน์แห่งศรัทธา” ขึ้นจากธรรมชาติ วัดถูกวางตามไหล่เขา ทางเดินกลายเป็นเส้นทางแสวงบุญ ยอดเขากลายเป็นจุดหมายทางจิตวิญญาณ และเรื่องเล่าที่สืบทอดหลายร้อยปีทำให้ภูเขาธรรมดากลายเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนเดินทางมาแสวงหาความหมาย
สำหรับนักเดินทาง การเที่ยว Four Sacred Buddhist Mountains จึงไม่จำเป็นต้องเป็นชาวพุทธจึงจะเข้าใจคุณค่าของสถานที่ได้ ผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถศึกษาการแพร่กระจายของพุทธศาสนา ผู้สนใจสถาปัตยกรรมสามารถติดตามวิวัฒนาการของวัดจีน ผู้สนใจธรรมชาติสามารถศึกษาป่าและภูมิประเทศ ส่วนผู้ที่เดินทางเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมจะได้เห็นว่าศาสนา ธรรมชาติ และชีวิตของผู้คนสามารถหลอมรวมกันบนภูเขาได้อย่างไร
#MountainChina101 #MountainChina10103 #FourSacredMountains #ภูเขาพุทธจีน #อู่ไถซาน #เอ๋อเหมยซาน #จิ่วหัวซาน #ผู่ถัวซาน #MountWutai #MountEmei #MountJiuhua #MountPutuo #เที่ยวจีน #TravelChina #iok2uTravel
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
.xxx
yyy
-------------------------
