iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

เทือกเขาเหิงต้วน (Hengduan Mountains) โลกแห่งขุนเขาจีนตะวันตก

 

เทือกเขาเหิงต้วน (Hengduan Mountains) โลกแห่งขุนเขาจีนตะวันตก

เทือกเขาเหิงต้วน (Hengduan Mountains) เป็นระบบภูเขาขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของเสฉวนตะวันตก ยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือ และบริเวณขอบด้านตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต ลักษณะเด่นคือแนวเทือกเขาและหุบเขาลึกจำนวนมากวางตัวโดยรวมในแนวเหนือ–ใต้ แตกต่างจากแนวภูเขาหลักหลายระบบของจีนที่วางตัวตะวันออก–ตะวันตก จึงเป็นที่มาของชื่อ “เหิงต้วน” ซึ่งมีความหมายในเชิงภูมิศาสตร์ถึงแนวภูเขาที่ตัดขวางภูมิประเทศ พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นภูเขาลูกเดียวและไม่มี “ทางเข้า Hengduan Mountains” เพียงแห่งเดียว นักเดินทางจะสัมผัสเทือกเขาเหิงต้วนผ่านเมืองและพื้นที่ต่าง ๆ เช่น คังติ้ง (Kangding), ตันปา (Danba), เต้าเฉิง (Daocheng), เซียงเฉิง (Xiangcheng), เต๋อชิน (Deqin), แชงกรีลา (Shangri-La) และพื้นที่ภูเขาระหว่างเสฉวน–ยูนนาน–ทิเบตตะวันออก ชื่อภูเขาที่อยู่ในระบบหรือบริเวณภูมิศาสตร์เหิงต้วนซึ่งนักเดินทางรู้จักดีมีตั้งแต่ ก้งก่าซานหรือมินยา คอนกา (Gongga Shan/Minya Konka) ซึ่งสูง 7,556 เมตร ไปจนถึงกลุ่มภูเขาสี่ดรุณี (Siguniang Mountains), Yala Snow Mountain และกลุ่มภูเขาหิมะเหมยหลี่ (Meili Snow Mountains) ทางยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือ

บริเวณตอนใต้ของระบบภูเขายังเป็นที่ตั้งของ Three Parallel Rivers of Yunnan Protected Areas มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมส่วนของแม่น้ำใหญ่สามสาย ได้แก่ จินซาเจียง (Jinsha หรือแม่น้ำแยงซีตอนบน) หลานชางเจียง (Lancang หรือแม่น้ำโขงตอนบน) และนู่เจียง (Nu หรือแม่น้ำสาละวินตอนบน) ที่ไหลเกือบขนานกันผ่านหุบเขาลึก UNESCO ระบุว่าพื้นที่มรดกโลกดังกล่าวครอบคลุมส่วนใหญ่ของระบบภูเขาเหิงต้วนในยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของจีน (UNESCO World Heritage Centre)

ตอนที่ผ่านมาพาเราทำความรู้จักภูเขาจีนทีละลูก ตอนนี้ต้องเปลี่ยนมาตราส่วนในการมองใหม่ เพราะ Hengduan Mountains ไม่ใช่ภูเขาหนึ่งลูก แต่เป็นโลกของภูเขาทั้งระบบ เมื่อเดินทางจากแอ่งเสฉวนมุ่งไปทางตะวันตก ภูมิประเทศจะเปลี่ยนอย่างชัดเจน เมืองใหญ่และพื้นที่ราบค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยหุบเขา แม่น้ำ สันเขา และภูเขาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ถนนบางช่วงต้องไต่จากก้นหุบเขาขึ้นสู่ช่องเขาสูง ก่อนลดระดับกลับลงไปยังแม่น้ำอีกสาย แล้วปีนขึ้นภูเขาลูกต่อไป

ลักษณะเช่นนี้คือหัวใจของเหิงต้วน

ในมุมธรณีวิทยา พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวขนาดมหึมาที่เกิดจากการเคลื่อนที่เข้าหากันของ แผ่นอินเดียและแผ่นยูเรเซีย ซึ่งสัมพันธ์กับการยกตัวของเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต UNESCO ระบุว่าพื้นที่ Three Parallel Rivers บันทึกประวัติทางธรณีวิทยาราว 50 ล้านปีที่เกี่ยวข้องกับการชนของแผ่นอินเดีย–ยูเรเซีย การปิดของมหาสมุทรเททิสโบราณ และการยกตัวของ Himalaya–Tibetan Plateau และกระบวนการเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่ (UNESCO World Heritage Centre)

แต่การสร้างภูเขาเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่อง หลังจากเปลือกโลกถูกยกตัว แม่น้ำขนาดใหญ่ก็ทำหน้าที่กัดเซาะลงไปในพื้นที่สูง เกิดเป็นระบบ “ภูเขาสูง–หุบเขาลึก” ที่มีความต่างระดับมหาศาล บางบริเวณยอดเขาสูงกว่า 6,000 เมตร ขณะที่แม่น้ำไหลอยู่ในหุบเขาซึ่งลึกได้ถึงประมาณ 3,000 เมตร ผลลัพธ์คือภูมิประเทศที่ทั้งยิ่งใหญ่ ซับซ้อน และเดินทางยาก แต่ในเวลาเดียวกันกลับสร้างระบบนิเวศที่หลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

ก้งก่าซาน (Gongga Shan) หรือ Minya Konka เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของเหิงต้วน ตั้งอยู่ในเสฉวนตะวันตกและสูงประมาณ 7,556 เมตร จึงได้รับสมญาในภาษาจีนว่า “ราชาแห่งขุนเขาเสฉวน” ความโดดเด่นไม่ได้อยู่ที่ความสูงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต่างระดับระหว่างยอดเขากับหุบเขารอบข้าง ทำให้ภูเขาดูสูงตระหง่านมากเมื่อมองจากจุดชมวิวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ยอดเขา การชม Gongga จากจุดชมวิวหรือสันเขารอบนอกกลับเป็นประสบการณ์ที่เหมาะสมกว่า พื้นที่เสฉวนตะวันตกมีจุดชมภูเขาหลายแห่ง แต่สภาพอากาศเป็นตัวกำหนดสำคัญ เมฆสามารถปิดยอดเขาได้ทั้งวัน ดังนั้นการเห็นยอด Gongga ชัดเจนจึงไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้ทุกครั้ง

อีกพื้นที่สำคัญคือ ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang) บริเวณเสี่ยวจิน มณฑลเสฉวน กลุ่มภูเขามียอดหลักสี่ยอดและหุบเขาสำคัญหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสภูมิประเทศระดับสูงโดยไม่จำเป็นต้องปีนยอด โดยเลือกเดินในหุบเขาหรือใช้ระบบรถภายในพื้นที่ตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ ทางตะวันตกของเสฉวนยังมี Yala Snow Mountain ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากหลายบริเวณรอบคังติ้ง ต้ากง และพื้นที่ใกล้เคียง ภูเขาหิมะเหล่านี้ช่วยให้เห็นลักษณะสำคัญของเหิงต้วน คือยอดสูงถูกแยกจากกันด้วยหุบเขาแม่น้ำลึก ทำให้การเดินทางในระยะทางเส้นตรงที่ดูไม่ไกลสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงบนถนนจริง 

เมื่อเดินทางลงใต้เข้าสู่ยูนนาน ภูมิประเทศยิ่งแสดงลักษณะของเหิงต้วนชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริเวณ Three Parallel Rivers ซึ่งแม่น้ำจินซา หลานชาง และนู่ไหลจากเหนือลงใต้เกือบขนานกันในระยะทางช่วงหนึ่ง ก่อนแยกไปสู่ระบบแม่น้ำคนละทิศในเวลาต่อมา UNESCO ระบุว่าแม่น้ำทั้งสามไหลผ่านช่องเขาสูงชัน โดยบางแห่งมีความลึกประมาณ 3,000 เมตร และถูกขนาบด้วยภูเขาที่มียอดธารน้ำแข็งสูงกว่า 6,000 เมตร

หนึ่งในภาพจำของบริเวณนี้คือ Meili Snow Mountains ใกล้เมืองเต๋อชิน โดยยอด Kawagebo มีความสูงประมาณ 6,740 เมตร UNESCO กล่าวถึงภูเขา Meili, Baima และ Haba ว่าเป็นส่วนสำคัญของแนวภูเขาหิมะในภูมิทัศน์ Three Parallel Rivers สำหรับนักท่องเที่ยว ประสบการณ์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพิชิตยอด แต่คือการเห็นภูเขาหิมะจากพื้นที่ชมวิว เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างยอดเขา ธารน้ำแข็ง แม่น้ำ และชุมชนที่ตั้งอยู่ตามหุบเขา

ประวัติหรือความสำคัญ

เรื่องราวของเหิงต้วนต้องเริ่มจาก Plate Tectonics หรือธรณีแปรสัณฐานแผ่นธรณีภาค

เมื่อแผ่นอินเดียเคลื่อนขึ้นทางเหนือและชนกับยูเรเซีย เปลือกโลกบริเวณกว้างถูกบีบอัด หนาตัว และยกสูงขึ้น กระบวนการนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้าง Himalaya และ Tibetan Plateau แต่แรงจากการชนไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะแนวหิมาลัย พลังทางธรณีแผ่กระจายไปยังพื้นที่ขอบของที่ราบสูง รวมถึงบริเวณเหิงต้วนทางตะวันออกเฉียงใต้ จุดที่น่าสนใจคือ เราไม่ควรคิดว่าอินเดีย “ชนจีนแล้วสร้างภูเขาเป็นกำแพงเส้นเดียว” เพราะการตอบสนองของเปลือกโลกซับซ้อนกว่านั้นมาก มีทั้งการยกตัว การบีบอัด การเลื่อนตัวตามรอยเลื่อน และการเปลี่ยนรูปของเปลือกโลกในระดับภูมิภาค จากนั้น แม่น้ำเข้ามาทำงานต่อ เมื่อพื้นที่สูงขึ้น ความต่างระดับระหว่างที่ราบสูงกับพื้นที่ต่ำเพิ่มขึ้น แม่น้ำมีพลังในการกัดเซาะแนวดิ่งมากขึ้น จึงค่อย ๆ เจาะลงไปในภูเขา เกิดหุบเขาลึกที่เรามองเห็นในปัจจุบัน

Three Parallel Rivers เป็นตัวอย่างระดับโลกของกระบวนการนี้ UNESCO ให้คุณค่าทางธรณีวิทยาของพื้นที่โดยตรง เพราะสามารถแสดงหลักฐานของเหตุการณ์สำคัญในวิวัฒนาการภูมิประเทศเอเชียตลอดประมาณ 50 ล้านปีที่ผ่านมา รวมทั้งการยกตัวของ Himalaya–Tibetan Plateau ดังนั้นภูเขาและหุบเขาของเหิงต้วนจึงไม่ใช่เพียง “วิวอลังการ” แต่เป็นผลลัพธ์ของการแข่งขันระหว่าง แรงภายในโลกที่ยกแผ่นดินขึ้น กับแรงภายนอกที่พยายามกัดแผ่นดินลง

จากหุบเขาร้อนสู่ยอดเขาหิมะ

หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจที่สุดของเหิงต้วนคือ Vertical Zonation หรือการเปลี่ยนแปลงตามระดับความสูง ลองจินตนาการว่าขับรถจากก้นหุบเขาอุ่น ๆ แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นหลายพันเมตร ภายในระยะทางไม่มากนัก สภาพแวดล้อมสามารถเปลี่ยนจากพืชพรรณบริเวณหุบเขา ไปเป็นป่าภูเขา ป่าสน ทุ่งหญ้าอัลไพน์ พื้นที่หิน และในระดับสูงมากอาจกลายเป็นหิมะหรือธารน้ำแข็ง ความต่างระดับเช่นนี้ทำให้เกิด “โลกหลายเขตภูมิอากาศ” ซ้อนกันอยู่บนภูเขาเดียว ในพื้นที่ Three Parallel Rivers ความต่างระดับแนวดิ่งเกือบ 6,000 เมตรประกอบกับภูมิประเทศซับซ้อน อิทธิพลมรสุม และตำแหน่งบริเวณรอยต่อของเขตชีวภูมิศาสตร์หลายระบบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความหลากหลายของระบบนิเวศสูงมาก

UNESCO และ IUCN ให้ความสำคัญกับบริเวณยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือและเหิงต้วนในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก โดยพื้นที่ Three Parallel Rivers เพียงส่วนเดียวมีความหลากหลายของสัตว์และพืชสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ นี่ช่วยอธิบายว่าทำไมพื้นที่ภูเขาของเสฉวนและยูนนานจึงมีทั้งป่าสน ทุ่งดอกไม้ ภูเขาหิมะ ป่ากึ่งเขตร้อน และสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอยู่ไม่ไกลกันในเชิงภูมิศาสตร์ แต่แตกต่างกันมากในแนวดิ่ง

แม่น้ำสามสาย ทำไมจึงไหลขนานกัน

Three Parallel Rivers เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจเหิงต้วนได้ดีที่สุด แม่น้ำสามสายคือ Jinsha River ซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของแยงซี, Lancang River ซึ่งไหลต่อไปกลายเป็นแม่น้ำโขง และ Nu River ซึ่งไหลต่อไปเป็นแม่น้ำสาละวิน บริเวณยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือ แม่น้ำเหล่านี้ไหลลงทางใต้เกือบขนานกัน โดยมีแนวภูเขาสูงคั่นอยู่ระหว่างหุบเขา ก่อนที่แต่ละสายจะแยกออกไปคนละทิศทางในช่วงถัดไป สิ่งที่น่าทึ่งคือ ในบางช่วงระยะห่างระหว่างระบบแม่น้ำไม่มากนักเมื่อมองบนแผนที่ แต่การเดินทางข้ามจากแม่น้ำหนึ่งไปอีกสายกลับยาก เพราะมีเทือกเขาสูงหลายพันเมตรตั้งขวางอยู่ นี่คือเหตุผลที่แผนการเดินทางในเหิงต้วนไม่ควรประเมินจาก ระยะทางเส้นตรง ระยะเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรบนแผนที่อาจหมายถึงการขับรถอ้อมหุบเขา ไต่ช่องเขา และลดระดับลงอีกฝั่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ผู้คนบนภูเขาและภูมิศาสตร์ที่กำหนดวิถีชีวิต

เหิงต้วนไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมาก บริเวณเสฉวนตะวันตกและยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ของชุมชนหลายกลุ่ม เช่น ชาวทิเบต นาซี ลีซู ไป๋ และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งพัฒนาวิถีชีวิตให้เหมาะกับระดับความสูง ภูมิอากาศ และทรัพยากรของแต่ละหุบเขา ภูเขาสูงทำหน้าที่ทั้งเชื่อมและแบ่งผู้คน หุบเขาที่อยู่ใกล้กันในระยะทางอาจมีภาษา สถาปัตยกรรม การเกษตร และประเพณีแตกต่างกัน เพราะการเดินทางข้ามสันเขาในอดีตทำได้ยาก จึงสามารถมอง Hengduan Mountains เป็น Cultural Landscape ขนาดใหญ่ ได้ในความหมายทั่วไป แม้ไม่ได้หมายความว่าทั้งระบบเทือกเขามีสถานะเป็นมรดกโลกประเภท Cultural Landscape

สำหรับนักเดินทาง การสังเกตบ้านเรือน วัด พื้นที่เกษตร และหมู่บ้านระหว่างทางมีความสำคัญไม่แพ้จุดชมภูเขา เพราะสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศสูงชันอย่างไร

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

หากต้องการสัมผัสเหิงต้วนโดยไม่เดินทางแบบ Expedition สามารถแบ่งประสบการณ์ออกเป็นสองแนวหลัก 

เสฉวนตะวันตก เหมาะกับการเริ่มจากเฉิงตูแล้วเข้าสู่ตูเจียงเยี่ยน–เสี่ยวจิน–ตันปา หรือเส้นทางคังติ้ง–ซินตูเฉียวและพื้นที่ใกล้เคียง จุดเด่นคือสามารถเห็นการเปลี่ยนผ่านจากขอบแอ่งเสฉวนเข้าสู่ภูเขาสูงได้ชัดเจน ส่วน ยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถใช้ลี่เจียง แชงกรีลา และเต๋อชินเป็นเมืองฐาน แล้วค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่พื้นที่ Three Parallel Rivers และภูเขาหิมะสำคัญ ประสบการณ์ที่ควรจัดลำดับก่อนคือ ชมภูมิประเทศระดับใหญ่ ก่อนสนใจยอดเขาแต่ละลูก ลองสังเกตว่าถนนอยู่ตรงไหน แม่น้ำอยู่ลึกเพียงใด หมู่บ้านตั้งอยู่บนพื้นที่แบบใด และยอดหิมะอยู่สูงกว่าหุบเขามากเพียงใด เมื่อเข้าใจโครงสร้างนี้แล้ว ภูเขาแต่ละลูกจะมีความหมายมากขึ้น

ผู้สนใจธรณีวิทยาควรสังเกตรอยเลื่อน ชั้นหิน การพังทลายของลาดเขา ตะกอนแม่น้ำ และลักษณะหุบเขารูปตัว V ส่วนพื้นที่ระดับสูงอาจพบลักษณะภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับธารน้ำแข็ง ไม่ควรเข้าใกล้พื้นที่ดินถล่ม หน้าผาที่มีหินร่วง หรือออกจากเส้นทางเพื่อเก็บตัวอย่างหิน เพราะภูมิประเทศเหิงต้วนยังมีความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาและกระบวนการลาดเขาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

การวางแผนเที่ยว เหิงต้วน ต้องให้ความสำคัญกับ ระดับความสูง มากกว่าการดูฤดูกาลเพียงอย่างเดียว เพราะในวันเดียวกันอุณหภูมิบริเวณหุบเขาและช่องเขาสูงสามารถแตกต่างกันมาก โดยทั่วไปปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เข้าถึงพื้นที่หลายแห่งได้สะดวกกว่า แต่ฤดูฝนเพิ่มความเสี่ยงจากดินถล่ม หินร่วง ถนนเสียหาย และหมอกบดบังภูเขา ส่วนฤดูหนาวบางเส้นทางอาจมีหิมะ น้ำแข็ง หรือข้อจำกัดในการเดินทาง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่ระดับต่ำคือ อย่าเพิ่มระดับความสูงเร็วเกินไป 

เมืองและช่องเขาหลายแห่งของเสฉวนตะวันตกและยูนนานตะวันตกเฉียงเหนืออยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร บางเส้นทางผ่านพื้นที่มากกว่า 4,000 เมตร การเดินทางจึงควรจัดให้มีเวลาปรับตัว ลดกิจกรรมหนักในช่วงแรก ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และสังเกตอาการผิดปกติจากระดับความสูง อีกเรื่องที่ต้องเผื่อคือเวลาเดินทาง ถนนบนภูเขาสามารถได้รับผลกระทบจากฝน หิมะ งานซ่อม ถนนปิด หรือเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ไม่ควรวางเที่ยวบิน รถไฟ หรือการต่อรถสำคัญหลังจากขับผ่านภูเขาระยะไกลแบบกระชั้นชิด สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ จุดชมวิว กระเช้า รถรับส่ง และเส้นทางเดินต่าง ๆ เวลาเปิด ค่าเข้าชม และข้อกำหนดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนเดินทาง

สรุปบทส่งท้าย

เทือกเขาเหิงต้วนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจคำว่า “ภูเขาจีน” ได้ลึกกว่าการมองยอดเขาทีละลูก เพราะที่นี่ภูเขา แม่น้ำ ธารน้ำแข็ง ป่า ระบบนิเวศ และชุมชนมนุษย์เชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว ต้นกำเนิดของภูมิประเทศสัมพันธ์กับเหตุการณ์ระดับทวีป การเคลื่อนเข้าหากันของแผ่นอินเดียและยูเรเซียมีส่วนผลักดันการยกตัวของ Himalaya–Tibetan Plateau และส่งผลต่อพื้นที่ขอบด้านตะวันออก ขณะที่แม่น้ำขนาดใหญ่กัดลึกลงไปในพื้นที่สูง เกิดเป็นภูมิประเทศแบบภูเขาสูงสลับหุบเขาลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของเหิงต้วน ในพื้นที่ตอนใต้ แม่น้ำจินซา หลานชาง และนู่ไหลเกือบขนานกันท่ามกลางภูเขาสูง ก่อนเดินทางต่อไปเป็นแม่น้ำสำคัญของเอเชีย UNESCO จึงให้คุณค่าพื้นที่ Three Parallel Rivers ทั้งในด้านธรณีวิทยา ภูมิประเทศ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี 2003 

สำหรับนักเดินทาง สิ่งที่เหิงต้วนสอนเราได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่ชื่อยอดเขา แต่คือ การมองภูเขาเป็นระบบ ยอดหิมะที่เห็นอยู่ไกลออกไปสัมพันธ์กับธารน้ำแข็ง น้ำจากภูเขาไหลลงสู่แม่น้ำ แม่น้ำกัดสร้างหุบเขา หุบเขากำหนดตำแหน่งถนนและหมู่บ้าน ระดับความสูงควบคุมอุณหภูมิและพืชพรรณ และภูมิประเทศทั้งหมดส่งผลต่อวิถีชีวิตของผู้คน เมื่อมองเช่นนี้ เสฉวนตะวันตกและยูนนานตะวันตกเฉียงเหนือจะไม่ใช่เพียงดินแดน “วิวสวย” แต่เป็นห้องเรียนขนาดมหึมาที่ช่วยอธิบายว่า พลังจากภายในโลก น้ำ น้ำแข็ง ภูมิอากาศ และเวลาสามารถร่วมกันสร้างภูมิประเทศที่ซับซ้อนได้อย่างไร

#MountainChina101 #MountainChina10107 #HengduanMountains #เทือกเขาเหิงต้วน #ภูเขาจีน #เสฉวนตะวันตก #ยูนนาน #ThreeParallelRivers #GonggaShan #MeiliSnowMountain #ธรณีวิทยา #Geotourism #เที่ยวจีน #TravelChina #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.

xxx

yyy

.

-------------------------

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward