google map https://maps.app.goo.gl/mSYzVAAMw1xEJviB7
สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเส้นทางสายไหม: ผจญภัยในถนนมุสลิม หุยหมินเจีย ชีอาน แหล่งรวมวัฒนธรรมและอาหารฮาลาลอันน่าอัศจรรย์!
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ใจกลางเมืองซีอาน ดินแดนที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน ผู้มาเยือนจะได้พบกับอัญมณีล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังหอกลองโบราณ นั่นคือ "ถนนมุสลิม" หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อ "หุยหมินเจีย" (Hui Min Jie) สถานที่แห่งนี้มิใช่เพียงแค่ถนนสายหนึ่ง แต่คือโลกอีกใบที่ผสมผสานกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมอิสลามเข้ากับจิตวิญญาณความเป็นจีนได้อย่างลงตัว เป็นจุดหมายปลายทางที่กระตุ้นทุกโสตสัมผัสและชวนให้หัวใจเต้นระรัวด้วยความอัศจรรย์ใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่คงอยู่มานานนับพันปี
การผจญภัยในหุยหมินเจียเริ่มต้นขึ้นทันทีที่แสงอาทิตย์อ่อนแรงลง และถนนหนทางที่ปูด้วยหินสีเข้มก็เริ่มสว่างไสวด้วยแสงไฟหลากสีสันจากร้านค้าและแผงลอยนับไม่ถ้วน กลิ่นหอมของอาหารฮาลาลปรุงสดใหม่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ที่นี่คือสวรรค์ของนักชิมและผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ทุกมุมถนนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงจอแจของผู้คน เสียงเรียกขายสินค้า และเสียงดนตรีพื้นเมืองที่ลอยมาตามลม ล้วนสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหลและยากจะลืมเลือน เสมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของเส้นทางสายไหมที่เต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนและหลอมรวมวัฒนธรรม
หุยหมินเจียเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชุมชนมุสลิมฮุยในซีอาน ซึ่งเป็นทายาทของพ่อค้าชาวอาหรับและเปอร์เซียที่เดินทางมาตั้งรกรากเมื่อนานมาแล้ว ความศรัทธาและวิถีชีวิตแบบอิสลามยังคงถูกรักษาไว้อย่างเคร่งครัด สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมอันงดงาม อาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ และประเพณีที่ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น การเดินสำรวจตรอกซอกซอยต่างๆ ของที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเดินชมวิวทิวทัศน์ แต่เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลา เพื่อทำความเข้าใจถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก และสัมผัสถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นของชุมชนที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
ด้วยความงดงามทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ รสชาติอาหารที่ยากจะหาใดเทียบ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา ถนนมุสลิมแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับผู้มาเยือนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญที่ต้องการลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ นักประวัติศาสตร์ผู้กระหายความรู้ หรือนักเดินทางผู้แสวงหาความงามทางวัฒนธรรม หุยหมินเจียพร้อมมอบประสบการณ์ที่ครบครันและน่าอัศจรรย์ใจ สมกับเป็นประตูสู่การเรียนรู้และสัมผัสจิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหมอย่างแท้จริง
ถนนมุสลิม หรือ หุยหมินเจีย ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน มีทำเลที่โดดเด่นและเข้าถึงง่าย โดยตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหอกลอง (Drum Tower) อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซีอาน และอยู่ห่างจากหอระฆัง (Bell Tower) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 0.1 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดศูนย์กลางที่สะดวกสบายสำหรับการสำรวจสถานที่สำคัญอื่นๆ ของเมือง
พื้นที่หุยหมินเจียไม่ใช่เพียงแค่ถนนสายเดียว แต่เป็นเครือข่ายของถนนและตรอกซอกซอยหลายสายที่เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน โดยมีถนนสายหลักที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้คือถนนเป่ยหยวนเหมิน (Beiyuanmen) ซึ่งมีความยาวประมาณ 0.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีตรอกอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ถนนเป่ยกวงจี้ (Beiguangji Street), ซียางซื่อ (Xiyangshi), ต้าผีหยวน (Dapi Yuan), ตรอกฮวาเจวี๋ย (Huajue Lane) และสะพานซาจิน (Sajin Bridge) ถนนเหล่านี้ส่วนใหญ่ปูด้วยหินสีเข้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแบบโบราณที่คงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมราชวงศ์หมิงและชิงไว้อย่างชัดเจน ภูมิทัศน์โดยรอบเป็นเขตเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารและลานบ้านโบราณ สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชน
ในด้านสภาพภูมิอากาศของเมืองซีอานนั้น ไม่มีข้อมูลที่ระบุอุณหภูมิเฉลี่ยเป็นองศาเซลเซียสในรายงานการวิจัยนี้ แต่โดยทั่วไป ซีอานมีสภาพอากาศแบบภาคพื้นทวีป มีสี่ฤดูที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฤดูร้อนจะร้อนและชื้น ฤดูหนาวจะหนาวเย็นและแห้งแล้ง ส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศที่เย็นสบาย เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง การมาเยือนหุยหมินเจียจึงสามารถทำได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลในเรื่องสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสภาพภูมิอากาศเฉพาะเจาะจงของพื้นที่นี้ไม่มีระบุไว้ในรายงาน
ประวัติศาสตร์ของหุยหมินเจีย หรือถนนมุสลิมในซีอานนั้นย้อนกลับไปได้มากกว่าหนึ่งพันปี สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของซีอานในฐานะจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมโบราณ และการเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) ซึ่งดึงดูดพ่อค้าและนักเรียนจากเปอร์เซียและประเทศอาหรับอื่นๆ ให้เดินทางมายังซีอานและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้
ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) พื้นที่นี้ได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิม (ชาวฮุย) ซึ่งเป็นทายาทของพ่อค้าและทหารรับจ้างชาวอาหรับและเปอร์เซียที่เข้ามาทำการค้าและตั้งรกรากในเมือง การหลอมรวมทางวัฒนธรรมจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ชุมชนแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมจีนและอิสลามเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ต่อมาในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือถึงต้นราชวงศ์ซ่งใต้ ชุมชนมุสลิมแห่งนี้ได้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลายเป็นศูนย์กลางของชาวฮุยอย่างแท้จริง
ในช่วงราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) และราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1911) หุยหมินเจียได้รุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้าแบบดั้งเดิมของชาวฮุย แม้ว่าจะเผชิญกับความพยายามในการรวมวัฒนธรรมในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงรักษาอัตลักษณ์และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของตนไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง จนกระทั่งในเดือนกันยายน ค.ศ. 1993 พื้นที่แห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาให้กลายเป็นถนนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยออกแบบอาคารบ้านเรือนในสไตล์โบราณที่ยังคงความงดงามและเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของชุมชนมุสลิมแห่งนี้
การแนะนำศาสนาอิสลามสู่ซีอานนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศักราช 651 และชุมชนมุสลิมก็พัฒนาขึ้นอย่างมากตั้งแต่ต้นราชวงศ์หยวน การตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของซีอานในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือถึงต้นราชวงศ์ซ่งใต้ได้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้หุยหมินเจียกลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมอิสลามในซีอานจวบจนปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้บ่งบอกถึงความสามารถในการปรับตัวและรักษาวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมฮุยในจีนได้อย่างน่าทึ่ง
หุยหมินเจียมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิตชีวาของชุมชนมุสลิมในซีอาน เป็นแหล่งรวมของชาวฮุยมากกว่า 60,000 คน (ข้อมูลบางแหล่งระบุ 20,000-30,000 คน) ทำให้เป็นชุมชนมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ที่นี่สะท้อนถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมจีนหลายเชื้อชาติและการแลกเปลี่ยนทางการค้าของโลกตะวันออก-ตะวันตกในอดีต ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ยุคเส้นทางสายไหม
พื้นที่แห่งนี้ยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตแบบอิสลามไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากธรรมเนียมปฏิบัติของชาวเมือง อาหารการกิน และสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างในสไตล์ราชวงศ์หมิงและชิงโบราณ มีตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหินสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ขลังและงดงามให้กับพื้นที่แห่งนี้ ผู้มาเยือนจะได้เห็นชาวมุสลิมชายสวมหมวกกะปิเยาะห์สีขาว และสตรีสวมผ้าคลุมศีรษะสีสันสดใส ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของความศรัทธาอันแรงกล้าที่ยังคงสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
หัวใจหลักของชีวิตในย่านมุสลิมแห่งนี้คือมัสยิดต่างๆ และพ่อค้าแม่ขายที่คึกคักริมถนน ธุรกิจท้องถิ่นจำนวนมากมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมฮุยและหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาปัตยกรรมของมัสยิดใหญ่แห่งซีอาน (Great Mosque of Xi'an) ที่ตั้งอยู่ในตรอกฮวาเจวี๋ย ถือเป็นตัวอย่างอันน่าทึ่งของการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอิสลามและจีนแบบดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน มัสยิดแห่งนี้ไม่มีเรื่องเล่าตำนานเฉพาะเจาะจงที่โดดเด่นในรายงานการวิจัย แต่ความเก่าแก่และความงดงามของมันก็เป็นตำนานในตัวเอง ด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากมัสยิดทั่วไปในตะวันออกกลาง โดยมีลานภายในหลายแห่งและองค์ประกอบแบบจีนดั้งเดิมผสมผสานกับห้องละหมาดแบบอิสลาม
หุยหมินเจียไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมของผู้คนที่มีศรัทธาเดียวกันเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทุกก้าวเดินบนถนนหินสีเข้ม ทุกกลิ่นหอมของอาหาร ทุกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้หุยหมินเจียเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนในมุมที่หลากหลาย
Highlights & Points of Interest
Food Street
ถนนอาหารในหุยหมินเจียได้รับการขนานนามว่าเป็น "ถนนขนมขบเคี้ยว" และ "สวรรค์แห่งอาหาร" ซึ่งนำเสนออาหารฮาลาลท้องถิ่นอันหลากหลายที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของซีอาน กลิ่นหอมของเนื้อแกะปิ้งย่างร้อนๆ ที่ลอยมาตามลมผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศหอมกรุ่น เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองเมนูที่ขึ้นชื่อมากมายจนเลือกไม่ถูกในบรรยากาศที่คึกคักและมีชีวิตชีวา
เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนได้แก่ หยางโร่วเผ่าโม๋ (Yangrou Paomo) หรือขนมปังแบนฉีกในสตูว์เนื้อแกะรสกลมกล่อม ที่ผู้คนจะใช้มือฉีกขนมปังเองก่อนนำไปแช่ในน้ำซุป รู่เจียม่อ (Rou Jia Mo) หรือแฮมเบอร์เกอร์จีน ซึ่งเป็นเนื้อหมักที่ยัดไส้ในขนมปังอบสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีเหลียงผี (Liangpi) หรือบะหมี่เย็น, บะหมี่เปียงเปียง (Biangbiang noodles) ที่เส้นใหญ่เหนียวนุ่ม, เจียซานกวนถังเปา (Jiasan Guan Tang Bao) หรือซาลาเปานึ่งไส้เนื้อวัวหรือเนื้อแกะฉ่ำน้ำ และขนมเค้กพลับดอกหอมหมื่นลี้ (Osmanthus persimmon cakes) ซึ่งเป็นขนมหวานที่ทั้งหอมและอร่อย การเดินชิมอาหารไปตามถนนแห่งนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจไม่รู้ลืม
Great Mosque of Xi'an
มัสยิดใหญ่แห่งซีอานตั้งอยู่ในตรอกฮวาเจวี๋ย ถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน สถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่น่าทึ่งของการผสมผสานระหว่างศิลปะอิสลามและรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน ซึ่งทำให้มัสยิดแห่งนี้มีความงดงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ผิดแผกไปจากมัสยิดทั่วไปที่พบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตัวอาคารประกอบด้วยลานภายในหลายแห่งที่มีทางเดินเชื่อมถึงกัน สระน้ำ บ่อน้ำพุ และต้นไม้โบราณที่ให้ความร่มรื่น
ภายในมัสยิด มีองค์ประกอบแบบจีนดั้งเดิมที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นศาลาหลังคาโค้งแบบจีน หรือเจดีย์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เป็นหออะซานสำหรับเรียกละหมาด ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้สร้าง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาแก่นแท้ของศาสนาอิสลามไว้อย่างสมบูรณ์ ห้องละหมาดหลักถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยลวดลายเรขาคณิตและอักษรอาหรับ แต่ก็ยังคงความสงบและศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความสงบทางจิตใจและสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกรายละเอียดของมัสยิดแห่งนี้
Other Mosques
นอกเหนือจากมัสยิดใหญ่แห่งซีอานแล้ว ย่านมุสลิมแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของมัสยิดอื่นๆ อีกประมาณสิบแห่ง ซึ่งมีขนาดและรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ตั้งอยู่ในตรอกซอกซอยต่างๆ ของหุยหมินเจีย มัสยิดเหล่านี้เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมฮุยในชุมชน แต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวและความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นของตนเอง บางแห่งอาจมีขนาดเล็กและซ่อนอยู่หลังประตูไม้บานใหญ่ แต่ก็ยังคงความศักดิ์สิทธิ์และบทบาทในการรักษาขนบธรรมเนียมอิสลามไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย
หนึ่งในมัสยิดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งคือ มัสยิดต้าเสวียซี (Daxuexi Alley Mosque) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 705 ในสมัยราชวงศ์ถังตอนต้น มัสยิดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันถึงการปรากฏตัวของชุมชนมุสลิมในซีอานมาตั้งแต่ยุคโบราณ และเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน มัสยิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางสังคมและการศึกษา ที่ช่วยหล่อหลอมและรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนมุสลิมฮุยให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
Gao Family Compound (Gaojia Dayuan)
บ้านตระกูลเกา หรือ เกาเจียต้าหยวน เป็นที่อยู่อาศัยโบราณที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ใจกลางย่านมุสลิมซีอาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมที่มีความวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงรสนิยมและความมั่งคั่งของตระกูลเกาในอดีต ซึ่งเป็นตระกูลผู้มีการศึกษาและเป็นข้าราชการในราชวงศ์หมิงและชิง ภายในบ้านประกอบด้วยลานบ้านหลายแห่ง ห้องโถงที่ตกแต่งอย่างหรูหรา สวนหย่อมที่ร่มรื่น และทางเดินที่วกวนชวนให้สำรวจ ทุกรายละเอียดของอาคารและเครื่องเรือนล้วนบอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนโบราณได้อย่างลึกซึ้ง
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษของบ้านตระกูลเกาคือ บางครั้งจะมีการจัดแสดงหุ่นกระบอกเงาแบบจีนโบราณ (Shadow Puppet Plays) ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษ การชมการแสดงหุ่นกระบอกเงาในบรรยากาศของบ้านโบราณแห่งนี้ เป็นประสบการณ์ที่ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดหน้าต่างสู่โลกแห่งนิทานปรัมปราและวัฒนธรรมจีนอันเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก การได้เดินสำรวจบ้านโบราณแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของซีอาน และสัมผัสถึงวิถีชีวิตของชนชั้นสูงในอดีตอย่างแท้จริง
Drum Tower
หอกลอง (Drum Tower) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของเมืองซีอาน ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของย่านมุสลิม เปรียบเสมือนประตูกั้นระหว่างโลกที่คึกคักของถนนอาหารฮาลาลกับพื้นที่ใจกลางเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ หอกลองนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงในปี ค.ศ. 1380 ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณเวลาในช่วงเช้าตรู่ และเป็นจุดสังเกตการณ์ที่สำคัญของเมือง โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบไม้ขนาดใหญ่ที่มีหลังคาซ้อนชั้นอันสง่างามและมีการตกแต่งอย่างประณีต แสดงถึงความรุ่งเรืองของศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคนั้น
ปัจจุบัน หอกลองไม่ได้ใช้ตีบอกเวลาอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงกลองโบราณขนาดใหญ่และเครื่องดนตรีต่างๆ ภายในหอ ผู้มาเยือนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองซีอานและย่านมุสลิมจากมุมสูงได้ การเยี่ยมชมหอกลองไม่เพียงแต่เป็นการชื่นชมความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์และทำความเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของสิ่งก่อสร้างแห่งนี้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามค่ำคืนที่หอกลองถูกประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสี ยิ่งเพิ่มความตระการตาและมนต์เสน่ห์ให้กับสถานที่แห่งนี้
Bell Tower
หอระฆัง (Bell Tower) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองซีอาน และตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านมุสลิม ใช้เวลาเดินเพียงประมาณห้านาทีเท่านั้น หอระฆังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1384 ในสมัยราชวงศ์หมิงเช่นเดียวกับหอกลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นหอสำหรับแขวนระฆังขนาดใหญ่สำหรับตีบอกเวลาในยามค่ำคืน โครงสร้างของหอระฆังก็เป็นแบบไม้ซ้อนชั้นอันสง่างามเช่นกัน ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้เป็นจุดศูนย์กลางที่มองเห็นได้จากทั่วทุกมุมของเมืองเก่าซีอาน
หอระฆังและหอกลองมักถูกกล่าวถึงคู่กันในฐานะสัญลักษณ์ของซีอาน ซึ่งตั้งอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 0.1 กิโลเมตรในแนวตะวันออก-ตะวันตก ทำให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้สะดวก ในยามค่ำคืน หอระฆังจะสว่างไสวด้วยแสงไฟที่ส่องประกาย ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ การเยี่ยมชมหอระฆังไม่เพียงแต่เป็นการชื่นชมสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ แต่ยังเป็นการได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์และสัมผัสถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางของเมืองซีอานมาตั้งแต่โบราณกาล
Traditional Markets
ทั่วทั้งย่านมุสลิมหุยหมินเจีย ผู้มาเยือนจะพบกับร้านค้ามากมายที่ขายงานฝีมือท้องถิ่น ของที่ระลึก และสินค้าพิเศษต่างๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของชาวฮุย ตลาดเหล่านี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความคึกคัก ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ในตรอกซอยไปจนถึงแผงลอยริมถนนหลัก สินค้าที่วางขายมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผ้าไหมปักมือ เครื่องประดับที่ทำจากหยกและเงิน ไปจนถึงเครื่องเทศหายากและขนมหวานพื้นเมือง ที่เป็นของฝากยอดนิยม
นอกจากนี้ ยังมีตลาดนกและดอกไม้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ "มิอาจลืมเลือน" สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิมและแท้จริงของซีอาน ตลาดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งซื้อขายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมการค้าของชาวท้องถิ่น การเดินเลือกซื้อของที่ระลึกในตรอกซอยเล็กๆ อาจช่วยให้ได้ราคาที่ดีกว่าการซื้อบนถนนสายหลัก เนื่องจากราคาอาจต่อรองได้ง่ายกว่า การสำรวจตลาดเหล่านี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบกับของที่ระลึกที่มีคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะช่วยเตือนความทรงจำถึงการเดินทางอันน่าประทับใจในหุยหมินเจีย
การเดินทางสู่ถนนมุสลิม หุยหมินเจีย ณ เมืองซีอาน มิใช่เพียงแค่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่คือการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ใจที่เปิดประตูสู่โลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยสีสัน เสียง กลิ่น และรสชาติแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตชีวา ที่นี่คือจุดบรรจบของอารยธรรมจีนและอิสลาม ที่หลอมรวมกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับผู้มาเยือนทุกคน ด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ยากจะหาที่ใดเหมือน
จากกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารฮาลาลปรุงสดใหม่ที่ลอยฟุ้งไปทั่วถนนยามค่ำคืน สู่สถาปัตยกรรมอันงดงามของมัสยิดโบราณที่ผสมผสานศิลปะสองวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ทุกก้าวเดินบนถนนหินสีเข้ม ทุกรอยยิ้มที่ได้เห็นจากชาวเมืองฮุย ล้วนเป็นเสมือนชิ้นส่วนของเรื่องราวที่บอกเล่าถึงความยืดหยุ่น ความศรัทธา และความผูกพันอันแน่นแฟ้นของชุมชนที่คงอยู่มานานนับพันปี หุยหมินเจียเป็นมากกว่าแค่ถนนคนเดิน เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เชิญชวนให้เราได้เรียนรู้ ชื่นชม และดื่มด่ำไปกับความหลากหลายที่งดงาม
เรากลับมาพร้อมกับความทรงจำอันล้ำค่า รสชาติอาหารที่ไม่เคยลิ้มลอง และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อวัฒนธรรมอันรุ่มรวย ที่แห่งนี้สอนให้เราเห็นว่า แม้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมจะดำรงอยู่ แต่ก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งสวยงามและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กันได้ การได้เห็นผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติเดินสำรวจและซึมซับบรรยากาศเดียวกัน ยิ่งเน้นย้ำถึงพลังของการเดินทางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ถนนมุสลิม หุยหมินเจีย จึงเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจประเมินค่าได้ เป็นการผจญภัยที่เติมเต็มจิตวิญญาณและทำให้เราตระหนักถึงความอัศจรรย์ของโลกที่เราอาศัยอยู่ใบนี้อย่างแท้จริง พร้อมที่จะเรียกให้คุณกลับมาเยือนอีกครั้งเพื่อค้นพบเสน่ห์ที่ยังซ่อนอยู่
.
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u
-----------------------
ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.
.
xxx
yyy
---------------------
