iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

 กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China)

 

กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China) ตำนานแห่งศตวรรษ การเดินทางสุดขอบฟ้าสู่มรดกอันยิ่งใหญ่

กำแพงเมืองจีนมิใช่เพียงสถาปัตยกรรมแห่งอิฐและปูน แต่คือหัวใจที่เต้นรัวของอารยธรรมจีน เป็นมหากาพย์แห่งความพากเพียรที่ถักทอจากเลือดเนื้อหยาดเหงื่อ และจิตวิญญาณของผู้คนนับล้านตลอดช่วงเวลาอันยาวนานกว่าสองสหัสวรรษ การยืนอยู่เบื้องหน้ากำแพงอันยิ่งใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับเส้นกราฟชีวิตที่ขีดเขียนประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์และขมขื่น เป็นประสบการณ์ที่ปลุกเร้าความรู้สึกแห่งความอัศจรรย์ใจและความสำนึกในความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ได้อย่างล้ำลึก สัมผัสได้ถึงลมหายใจแห่งกาลเวลาที่พัดผ่าน ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติอันตระการตา ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาสูงชันที่ถูกปกคลุมด้วยไอหมอก ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง หรือผืนป่าเขียวขจี กำแพงนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์อย่างแยกไม่ออก

จากกำแพงป้องกันที่กระจัดกระจายของรัฐต่างๆ ในยุคโบราณ สู่โครงข่ายป้อมปราการที่เชื่อมโยงกันภายใต้พระบัญชาของจิ๋นซีฮ่องเต้ กำแพงเมืองจีนได้เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การก่อสร้างที่ดำเนินต่อเนื่องจากราชวงศ์สู่ราชวงศ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคราชวงศ์หมิง ได้ทำให้มันกลายเป็นสิ่งก่อสร้างทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มรดกโลกที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ถึงความสามารถในการป้องกันประเทศของจีนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า และความสามัคคีที่ไม่อาจสั่นคลอนของชาวจีนในการปกป้องผืนแผ่นดินและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของตน

การเดินทางตามรอยกำแพงเมืองจีนคือการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความทลึงพรึงเพริด เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสกับความหลากหลายทางภูมิประเทศและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของกำแพง ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์และคึกคักไปด้วยผู้คน หรือส่วนที่ยังคงความดิบเถื่อนและท้าทายสำหรับนักผจญภัยผู้โหยหาความเงียบสงบและทิวทัศน์ที่บริสุทธิ์ การเดินป่าบนกำแพงเมืองจีนให้ความรู้สึกราวกับการย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณ จินตนาการถึงเหล่าทหารหาญที่ยืนหยัดเฝ้าระวังภัยอยู่บนป้อมปราการ หรือขบวนคาราวานสินค้าที่ใช้เส้นทางสายไหมซึ่งถูกปกป้องโดยกำแพงนี้

บทความนี้จะนำพาทุกท่านดำดิ่งสู่ความมหัศจรรย์ของกำแพงเมืองจีน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ความสำคัญทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก ไปจนถึงจุดเด่นที่น่าสนใจในแต่ละส่วน พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนการเดินทาง เพื่อให้ทุกย่างก้าวบนกำแพงแห่งตำนานนี้เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจและเติมเต็มจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอย่างแท้จริง เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสำรวจมรดกอันยิ่งใหญ่ที่ยืนหยัดท้าทายกาลเวลาและบอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำของโลก

ณ ที่แห่งนี้ กำแพงเมืองจีนมิได้เป็นเพียงกำแพง แต่เป็นพยานแห่งยุคสมัย เป็นดวงวิญญาณแห่งชาติ และเป็นแรงบันดาลใจอันไม่รู้จบสำหรับมนุษยชาติทุกคนที่ได้มีโอกาสมาเยือน

ทำเลที่ตั้งและภูมิศาสตร์

กำแพงเมืองจีนไม่ได้เป็นกำแพงที่ต่อเนื่องกันเพียงแห่งเดียว แต่เป็นระบบป้อมปราการที่สลับซับซ้อนทอดตัวคดเคี้ยวไปทั่วตอนเหนือของประเทศจีนและทางตอนใต้ของมองโกเลีย มันพาดผ่าน 15 มณฑล เทศบาลนคร และเขตปกครองตนเองทางตอนเหนือของจีน จากทะเลโป๋ไห่ทางตะวันออกที่ซานไห่กวนในมณฑลเหอเป่ย ไปจนถึงจายู กวน ในมณฑลกานซูทางตะวันตกใกล้กับทะเลทรายโกบี

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่กำแพงเมืองจีนพาดผ่านนั้นมีความหลากหลายอย่างยิ่ง โดยบ่อยครั้งกำแพงจะเลียบไปตามสันเขาและภูเขาที่สูงชัน เช่น เทือกเขาเหยียนซาน, เทือกเขาไท่หาง และเทือกเขาเหิงซาน ประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวกำแพงประกอบด้วยอุปสรรคทางธรรมชาติ เช่น แม่น้ำและสันเขา นอกจากนี้ยังครอบคลุมพื้นที่ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เช่น ทะเลทรายโกบี แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางวิศวกรรมในการปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศที่แตกต่างกัน

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของกำแพงเมืองจีนทอดยาวกว่าสองสหัสวรรษ เริ่มต้นด้วยการสร้างป้อมปราการเบื้องต้นในสมัยราชวงศ์โจวตะวันออก ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (771–476 ปีก่อนคริสตกาล) และยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) โดยรัฐต่างๆ ได้สร้างกำแพงแยกกันเพื่อป้องกันการรุกรานจากรัฐเพื่อนบ้านและชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือ เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิแห่งจีน ได้รวมแผ่นดินจีนในปี 221 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ได้มีพระราชโองการให้เชื่อมโยงกำแพงเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบป้องกันอันเป็นเอกภาพจากการรุกรานของชนเผ่าทางเหนือ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของกำแพงเมืองจีนอันยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่ากำแพงส่วนที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉินจะเหลือรอดมาถึงปัจจุบันเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นรากฐานสำคัญของมรดกอันยิ่งใหญ่นี้

ราชวงศ์ต่อๆ มา ได้แก่ ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) และราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368–1644) ได้ดำเนินการก่อสร้าง บูรณะ และขยายส่วนต่างๆ ของกำแพงอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดและครอบคลุมที่สุดที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากราชวงศ์หมิง กำแพงหมิงทอดยาวประมาณ 8,850 กิโลเมตร และเป็นแนวป้องกันที่สำคัญต่อการรุกรานของชาวแมนจูในช่วงปลายราชวงศ์หมิง การก่อสร้างกำแพงนี้ต้องใช้แรงงานมหาศาล และใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ดินอัด ทราย ต้นหลิว หิน และอิฐ โดยปรับเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ความยาวรวมของกำแพงเมืองจีนทุกส่วนที่เคยสร้างขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ คาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 21,196 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์อันไร้ขีดจำกัดของผู้นำจีน

กำแพงเมืองจีนไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การป้องกันทางทหารเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นระบบสื่อสาร โดยใช้หอคอยสัญญาณที่ทหารจะจุดไฟเพื่อสร้างควันสีสำหรับเตือนภัยและเรียกกำลังเสริม ในสมัยราชวงศ์ฮั่น กำแพงนี้ยังมีบทบาทในการบุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกทางตอนเหนือและตะวันตกของจีน และส่งเสริมการเติบโตของเส้นทางการค้าสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก แม้ในสมัยราชวงศ์หยวน (มองโกล) ความสำคัญด้านการป้องกันของกำแพงจะลดลง แต่ป้อมปราการบางส่วนยังคงถูกใช้เพื่อควบคุมการค้าและป้องกันการก่อกบฏ ในปี ค.ศ. 1987 กำแพงเมืองจีนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นการยืนยันสถานะของมันในฐานะหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของโลกอย่างแท้จริง

ตำนานและความสำคัญ

กำแพงเมืองจีนมิใช่แค่โครงสร้างทางกายภาพ แต่ยังคงเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง และอัตลักษณ์แห่งชาติของอารยธรรมจีน มันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถอันน่าทึ่งของชาวจีนในการปกป้องพรมแดนและรักษาวัฒนธรรมของตนให้รอดพ้นจากภัยคุกคามภายนอกและอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างชาติที่พยายามเข้ามา การก่อสร้างที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายศตวรรษ เป็นเครื่องยืนยันถึงความขยันหมั่นเพียร ความอดทน และความกล้าหาญของชาวจีนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์นี้ขึ้นมา

นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ทางทหารแล้ว กำแพงเมืองจีนยังอำนวยความสะดวกในการค้าขายโดยการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางการค้าที่สำคัญอย่าง "เส้นทางสายไหม" ซึ่งเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่างๆ กำแพงนี้เป็นตัวแทนของการรวมชาติจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการรวมแผ่นดินในสมัยราชวงศ์ฉิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถอันโดดเด่นของชาวจีนในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ กำแพงเมืองจีนได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผลงานศิลปะ วรรณกรรม บทกวี เรื่องเล่า และตำนานนับไม่ถ้วน ซึ่งได้ฝังรากลึกอยู่ในจิตสำนึกของชาติ ตัวอย่างเช่น บทกวี "Soldier's Ballad" ของ Tch'en Lin และผลงานของตูฝู่ ที่สะท้อนถึงความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง

ในด้านสถาปัตยกรรม กำแพงเมืองจีนแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและศิลปะการก่อสร้างของจีนโบราณอย่างเด่นชัด ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับขนาดความสูงและความกว้างเป็นเมตรของกำแพงโดยรวมในรายงานนี้ แต่โครงสร้างที่ประกอบด้วยหอสังเกตการณ์ ป้อมปราการ และทางเดินบนกำแพง แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่ชาญฉลาดเพื่อการป้องกันและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ วัสดุที่ใช้ เช่น ดินอัด หิน และอิฐ ถูกเลือกและปรับใช้ให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งในยุคนั้น

ปัจจุบัน กำแพงเมืองจีนยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับการเคารพอย่างสูงและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจีน สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการเปิดรับโลกภายนอก มันเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมทางทหาร เทคโนโลยี และศิลปะของจีนโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการปะทะและการแลกเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ระหว่างอารยธรรมเกษตรกรรมและอารยธรรมเร่ร่อน ความสำคัญที่เหนือชั้นในฐานะสัญลักษณ์ประจำชาติเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศและประชาชนนั้นเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก

จุดเด่นและสถานที่น่าสนใจ 13 จุดยุทธศาสตร์ของกำแพงเมืองจีน

ชื่อ

ที่ตั้ง / ช่วงเวลาสร้าง 

คำอธิบาย

ชานไห่กวน         Qinhuangdao

15 กม. ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Qinhuangdao มณฑลเหอเป่ย

/ ค.ศ. 1381

จุดที่อยู่ทางตะวันออกสุดของกำแพงเมืองจีนหมิง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ด่านแรกใต้สวรรค์” ซึ่งเป็นจุดป้องกันยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของจีน

ฮวงหยากวน

30 กม. ทางเหนือของ Jizhou, Tianjin

/ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉีเหนือ ได้รับการบูรณะในสมัยราชวงศ์หมิง

มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ช่องเขาหยานเหมินน้อย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “จุดชมวิว 10 แห่งของเทียนจิน” โดยตั้งชื่อตามหน้าผาสีทองที่สะท้อนเงาพระอาทิตย์ตกดิน

จูหยงกวน

เขตชางผิง ปักกิ่ง 

/ ตั้งชื่อในสมัยราชวงศ์ฉิน โครงสร้างปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง

รู้จักกันในชื่อ “ช่องเขาที่งดงามที่สุด” มีประตูทางทิศใต้และทิศเหนือ และเป็นฐานที่มั่นทางทหารที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรหยาน

จื่อจิงกวน

45 กม. ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Yi County, Baoding, Hebei

/ สร้างขึ้นในช่วงยุคสงครามกลางเมือง

รู้จักกันในชื่อ “ช่องเขาอันสง่างามแห่งแรกทางตอนใต้ของปักกิ่ง” ตั้งอยู่ในทำเลที่สำคัญและมีการบันทึกการรบมากกว่า 140 ครั้งในประวัติศาสตร์

เต้าหม่ากวน

ห่างจากเขต Tang มณฑลเหอเป่ยไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 60 กม.

/ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงจิงไถ

เส้นทางสำคัญจากที่ราบเหอเป่ยสู่เทือกเขาไท่หาง ซึ่งได้ชื่อมาจากภูมิประเทศที่ลาดชันซึ่งมักทำให้ม้าล้ม ส่วนหนึ่งของ “ช่องเขาสามชั้นใน” ร่วมกับจูหยงกวนและจื่อจิงกวน

ผิงซิงกวน

เมืองไป๋ย่าไถ อำเภอหลิงชิว ต้าถง ชานซี

/ สร้างขึ้นในรัชสมัยของราชวงศ์หมิงเจิ้งเต๋อ

เดิมเรียกว่า “ป้อมผิงซิง” เนื่องจากมีภูมิประเทศคล้ายขวด และมีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์จากการรบผิงซิงกวน

เปียนโตกวน

ใกล้แม่น้ำเหลือง อำเภอเปียนกวน มณฑลซานซี

/ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงหงอู่

หนึ่งใน “ช่องเขาภายนอกสามแห่ง” ร่วมกับช่องเขาหนิงหวู่และช่องเขาหยานเหมิน ซึ่งควบคุมจุดเปลี่ยนสำคัญของแม่น้ำเหลือง

ช่องเขาหยานเหมิน

20 กม. ทางเหนือของ Dai County, Xinzhou, Shanxi

/ สร้างใหม่ พ.ศ. 1917 สมัยราชวงศ์หมิง

มีชื่อเสียงในด้านภูมิประเทศที่อันตราย ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ช่องเขายุทธศาสตร์แห่งแรกจากเก้าแห่ง” ซึ่งเป็นจุดป้องกันสำคัญของกำแพงเมืองจีน

หนานจื่อกวน

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตผิงติ้ง มณฑลซานซี บริเวณเชิงเขาไท่หางทางทิศตะวันตก

/ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง

เดิมรู้จักกันในชื่อ “Weize Pass” ได้รับการเปลี่ยนชื่อตามตำนานของ ราชวงศ์ถังเจ้าหญิงผิงหยางและ “กองทัพหญิง” ของเธอ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อการป้องกันประเทศ

ช่องเขาชาฮูโข่ว

ชายแดนของ มณฑลซานซี และ มองโกเลียใน 

/ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง

ช่องทางสำคัญบนกำแพงเมืองจีนชั้นนอก ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นทางการค้าและการทหารที่สำคัญระหว่างที่ราบสูงมองโกลและซานซี

ด่านเจียยวี่กวน (Jiayuguan)

ห่างจากเมืองเจียหยูกวนไปทางทิศตะวันตก 5 กม. กานซู่ 

/ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1915

ป้อมปราการที่อยู่ตะวันตกสุดของกำแพงเมืองจีนหมิง ซึ่งเป็นจุดตรวจที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมโดยมีกำแพงป้องกันที่ทอดยาวไปจนถึงทะเลทราย

หยางกวน

โบราณสถานตุนหวง มณฑลกานซู่

/ สร้างขึ้นในปี 107 ก่อนคริสตกาล ในช่วง ราชวงศ์ฮั่น

ป้อมปราการสำคัญของเส้นทางสายไหมตอนใต้ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นประตูทางตะวันตกสุดสองแห่งสู่เอเชียกลาง

หยูเหมิงกวน

ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่

/ ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่

เมืองนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองฟางผานน้อย” เป็นจุดผ่านแดนการค้าสำคัญที่นำเข้าหยกจากภูมิภาคตะวันตก จึงได้ชื่อมาจากเมืองนี้

- https://www.thechinajourney.com

กำแพงเมืองจีน อันยิ่งใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดียวที่ทอดยาว แต่ประกอบด้วยหลายส่วนที่น่าสนใจ ซึ่งแต่ละส่วนมอบประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างกันไปให้นักผจญภัยได้เลือกสรร

ปัจจุบันด่านกำแพงเมืองจีนที่เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักและได้รับความนิยม มีประมาณ 9-10 ด่านสำคัญ ครับ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามสถานที่ตั้ง คือ กลุ่มรอบกรุงปักกิ่ง (ไปเช้า-เย็นกลับได้) และ กลุ่มต่างมณฑล (ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางประวัติศาสตร์)นี่คือสรุปพิกัดและจุดเด่นของแต่ละด่าน

กลุ่มที่ 1: รอบกรุงปักกิ่ง (Beijing Area) กลุ่มนี้เดินทางสะดวกที่สุดและเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปครับ

- ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu - 慕田峪)
จุดเด่น: "สวยและสนุกที่สุด" เป็นด่านที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ (รวมถึงคนไทย) นิยมที่สุด เพราะคนไม่พลุกพล่านเท่าปาต๋าหลิ่ง วิวสวยงาม และมี สไลเดอร์ (Toboggan) ขาลงที่เป็นไฮไลท์
เหมาะกับ: ทุกคน โดยเฉพาะสายถ่ายรูปและครอบครัว

- ด่านปาต๋าหลิ่ง (Badaling - 八达岭)
จุดเด่น: "ดังที่สุด" เป็นด่านที่รัฐบาลจีนใช้รับแขกบ้านแขกเมือง เดินทางง่ายสุดด้วยรถไฟความเร็วสูง แต่ คนเยอะและแน่นที่สุด
เหมาะกับ: ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสูงสุด (มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ)

- ด่านจวีหยงกวน (Juyongguan - 居庸关)
จุดเด่น: "ใกล้ที่สุด" อยู่ใกล้ปักกิ่งที่สุด เป็นป้อมปราการวงแหวนที่แข็งแกร่ง ไม่มีกระเช้า ต้องเดินขึ้นบันไดล้วนๆ
เหมาะกับ: คนที่มีเวลาน้อย (แวะเที่ยวระหว่างทางไปสกีรีสอร์ทหรือสุสานราชวงศ์หมิงได้)

- ด่านจินซานหลิ่ง (Jinshanling - 金山岭)
จุดเด่น: "สวรรค์ของช่างภาพ" เป็นด่านที่สวยงามอลังการที่สุดสำหรับการถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์ขึ้น/ตก คนน้อย และกำแพงยังคงสภาพความเก่าแก่ไว้ได้ดี (กึ่งบูรณะกึ่งธรรมชาติ)
เหมาะกับ: สายเดินป่า (Hiking) และช่างภาพ

- ด่านซือหม่าไถ (Simatai - 司马台)
จุดเด่น: "เที่ยวกลางคืนได้" เป็นด่านเดียวที่เปิดให้ชมไฟตอนกลางคืน ตั้งอยู่ติดกับ เมืองน้ำกู๋เป่ย (Gubei Water Town)
เหมาะกับ: คนที่อยากนอนค้างคืนบรรยากาศเมืองเก่าริมน้ำ

- ด่านหวงฮวาเฉิง (Huanghuacheng - 黄花城)
จุดเด่น: "กำแพงริมน้ำ" เป็นด่านเดียวที่มีบางส่วนของกำแพงจมลงไปในทะเลสาบ มีวิวภูเขาและน้ำที่สวยแปลกตา
เหมาะกับ: คนชอบวิวธรรมชาติแบบภูเขาและสายน้ำ

- ด่านเจี้ยนโค่ว (Jiankou - 箭扣)
จุดเด่น: "ดิบและโหด" เป็นกำแพงป่า (Wild Wall) ที่ไม่ได้บูรณะ ทางชันเกือบ 90 องศาและอันตรายมาก
เหมาะกับ: นักปีนเขาอาชีพเท่านั้น (ไม่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป)

กลุ่มที่ 2: ต่างมณฑล (The Ends of the Wall) เป็นด่านที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ (จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด)

- ด่านซานไห่กวน (Shanhaiguan - 山海关) - จ.เหอเป่ย ฉายา: "ด่านที่หนึ่งในใต้หล้า" (First Pass Under Heaven)

จุดเด่น: เป็นจุดที่ "กำแพงเมืองจีนจรดทะเล" เรียกว่า "หัวมังกรเฒ่า" (Old Dragon’s Head / Laolongtou)

ที่ตั้ง: เมืองฉินหวงเต่า มณฑลเหอเป่ย (นั่งรถไฟความเร็วสูงจากปักกิ่งประมาณ 2-3 ชม.)

- ด่านเจียยวี่กวน (Jiayuguan - 嘉峪关) - จ.กานซู่ ฉายา: "ด่านที่หนึ่งและยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า"

จุดเด่น: เป็น "จุดสิ้นสุดทางทิศตะวันตก" ตั้งอยู่กลางทะเลทรายบนเส้นทางสายไหม ดูยิ่งใหญ่และอ้างว้าง

ที่ตั้ง: เมืองเจียยวี่กวน มณฑลกานซู่ (ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน)

- ป้อมเจิ้นเป่ยไถ (Zhenbeitai - 镇北台) - จ.ส่านซี

จุดเด่น: เป็นหอสังเกตการณ์ที่ใหญ่ที่สุดของกำแพงเมืองจีน ตั้งอยู่ทางเหนือของมณฑลส่านซี

ที่ตั้ง: เมืองอวี้หลิน (Yulin) มณฑลส่านซี

ปาต้าหลิ่ง (Badaling)ปาต้าหลิ่ง เป็นส่วนที่โด่งดังที่สุดและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดของกำแพงเมืองจีน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงปักกิ่งมากนัก ทำให้เป็นที่นิยมอย่างยิ่งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนนี้ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ มีทางเดินที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย รวมถึงกระเช้าไฟฟ้าและรถเคเบิล ที่ช่วยให้การขึ้นสู่กำแพงเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แม้จะมีผู้คนหนาแน่นมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวของจีน แต่ปาต้าหลิ่งก็ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนเป็นครั้งแรกทิวทัศน์จากปาต้าหลิ่งนั้นงดงามจับตา ด้วยกำแพงที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวสันเขาเขียวขจี ป้อมปราการที่ตั้งตระหง่านเป็นระยะ และผืนป่าที่เปลี่ยนแปลงสีสันไปตามฤดูกาล การเดินเล่นบนกำแพงส่วนนี้ทำให้ได้สัมผัสถึงขนาดอันมหึมาของโครงสร้างนี้ได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินสำรวจ ถ่ายภาพ และดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีนในบรรยากาศที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดมู่เถียนยวี่ (Mutianyu)มู่เถียนยวี่เป็นส่วนที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงามและเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์อันสวยงาม หอสังเกตการณ์ที่หนาแน่น และเชิงเทินสองข้างทางที่น่าประทับใจ การเดินทางขึ้นสู่กำแพงสะดวกสบายด้วยกระเช้าไฟฟ้า เก้าอี้เลื่อน หรือจะเลือกสนุกกับการนั่งรถรางเลื่อนลงมา (Toboggan) ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชนจำนวนมากเมื่อเทียบกับปาต้าหลิ่งส่วนของกำแพงเมืองจีนที่มู่เถียนยวี่นี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความเขียวขจีของธรรมชาติที่โอบล้อม ทำให้ทิวทัศน์โดยรอบมีความงดงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง การเดินบนกำแพงส่วนนี้ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและสงบกว่า นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินสำรวจหอคอยต่างๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพมุมสูงที่มองเห็นกำแพงที่ทอดยาวไปตามแนวภูเขาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้หนาแน่นได้อย่างเต็มที่จินซานหลิ่ง (Jinshanling)จินซานหลิ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในส่วนที่สวยงามที่สุดของกำแพงเมืองจีน และเป็นเส้นทางเดินป่ายอดนิยมที่มอบประสบการณ์อันเงียบสงบและทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ส่วนนี้มีลักษณะเฉพาะคือการผสมผสานระหว่างกำแพงที่ได้รับการบูรณะอย่างดีกับส่วนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ทำให้เห็นถึงความงดงามที่แตกต่างกันระหว่างความสมบูรณ์แบบที่มนุษย์สร้างขึ้นกับความดิบเถื่อนที่ธรรมชาติยังคงรักษาไว้ หอสังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่เป็นระยะบนกำแพงแห่งนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมการเดินป่าที่จินซานหลิ่งมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงและท้าทายกำลังขาอยู่ไม่น้อย แต่ทุกย่างก้าวก็คุ้มค่ากับทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจะได้มุมมองที่หลากหลายและน่าประทับใจ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่หรือยามเย็นที่แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบกำแพง การมาเยือนจินซานหลิ่งให้ความรู้สึกราวกับการได้หลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอกและดำดิ่งสู่ความเงียบสงบของประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ซือหม่าไถ (Simatai)ซือหม่าไถเป็นส่วนของกำแพงเมืองจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องความขรุขระและยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ทำให้มอบประสบการณ์การเดินป่าที่ท้าทายและเต็มไปด้วยการผจญภัย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสกำแพงเมืองจีนในแบบที่ไม่ถูกปรุงแต่งด้วยความทันสมัยมากนัก นอกจากความโดดเด่นด้านภูมิประเทศที่สูงชันและท้าทายแล้ว ซือหม่าไถยังเป็นเพียงส่วนเดียวของกำแพงที่เปิดให้บริการทัวร์กลางคืน มอบโอกาสพิเศษให้ผู้มาเยือนได้ชมกำแพงที่ส่องสว่างภายใต้แสงดาวและแสงจันทร์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและน่าประทับใจอย่างยิ่งส่วนนี้ยังเชื่อมต่อกับเมืองน้ำกู๋เป่ย (Gubei Water Town) ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ มีบรรยากาศคล้ายเมืองน้ำในสมัยโบราณของจีน ทำให้สามารถผ่อนคลายและสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นหลังจากการเดินป่าบนกำแพง ซือหม่าไถเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหาการผจญภัยที่แท้จริง พร้อมโอกาสในการดื่มด่ำกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่เงียบสงบและงดงามราวภาพวาดเจี้ยนโค่ว (Jiankou)เจี้ยนโค่วคือส่วนของกำแพงเมืองจีนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ยังไม่ได้รับการบูรณะ และมีความท้าทายสูง เหมาะสำหรับนักปีนเขาที่มีประสบการณ์และช่างภาพที่แสวงหามุมมองที่ดิบเถื่อนและไม่เหมือนใคร กำแพงส่วนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความชันที่อันตรายและเส้นทางที่ยากลำบาก ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและความพร้อมทางร่างกายเป็นอย่างมาก แต่รางวัลที่ได้กลับมาคือทิวทัศน์ที่งดงามตระการตาและประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนด้วยลักษณะทางภูมิประเทศที่สูงชันและเส้นทางที่เปราะบาง เจี้ยนโค่วจึงมอบโอกาสในการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนในแบบที่ใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์มากที่สุด ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสำรวจกำแพงในสภาพดั้งเดิม การเดินป่าที่นี่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่เหมาะสมและทักษะการปีนเขาที่ดี แต่สำหรับผู้ที่กล้าหาญ เจี้ยนโค่วจะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเดินทางสู่กำแพงเมืองจีน ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมด้วยความงามและความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ซานไห่กวน (Shanhaiguan)ซานไห่กวนคือจุดที่กำแพงเมืองจีนบรรจบกับทะเลโป๋ไห่ในมณฑลเหอเป่ย ได้รับสมญานามว่า "หัวมังกรเฒ่า" เนื่องจากเป็นจุดสิ้นสุดทางตะวันออกของกำแพงเมืองจีนที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง การมาเยือนซานไห่กวนจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเสมือนประตูแรกของกำแพงที่ทอดยาวเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ ทิวทัศน์ที่กำแพงแห่งนี้สิ้นสุดลงในทะเลนั้นงดงามและเป็นเอกลักษณ์ มอบโอกาสในการถ่ายภาพที่น่าทึ่งและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมนอกจากจุดบรรจบกับทะเลแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีจิ่วเหมินโข่ว (Jiumenkou) ซึ่งเป็นส่วนเดียวของกำแพงเมืองจีนที่สร้างอยู่เหนือน้ำ และมีอุโมงค์ภายในภูเขา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางวิศวกรรมของจีนโบราณในการปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ซานไห่กวนจึงเป็นมากกว่าจุดสิ้นสุด แต่เป็นศูนย์รวมของประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และสุนทรียภาพที่ควรค่าแก่การมาเยือนเพื่อทำความเข้าใจถึงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของมหากำแพงนี้หวงฮวาเฉิง (Huanghuacheng)หวงฮวาเฉิงเป็นส่วนที่มีเอกลักษณ์ของกำแพงเมืองจีนที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ของกำแพงที่อยู่คู่กับผืนน้ำอันงดงาม บางส่วนของกำแพงจมอยู่ใต้น้ำในทะเลสาบที่เกิดจากการสร้างเขื่อน ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาและน่าประทับใจอย่างยิ่ง ที่นี่มีเนินเขาที่ลดหลั่นกัน ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และแม่น้ำที่คดเคี้ยว เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณที่ลงตัว ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับธรรมชาตินอกจากทิวทัศน์น้ำและกำแพงแล้ว บริเวณเชิงกำแพงยังมีสวนเกาลัดอายุ 500 ปีที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ หวงฮวาเฉิงยังเหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การพายเรือคายัคบนทะเลสาบเพื่อชมกำแพงจากมุมมองที่แตกต่างออกไป หรือการเดินป่าในบริเวณรอบๆ เพื่อสำรวจความงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์กำแพงเมืองจีนที่ไม่เหมือนใครจวีหยงกวน (Juyongguan)จวีหยงกวนเป็นป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมากของกำแพงเมืองจีน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่งมากนัก เป็นหนึ่งในด่านป้องกันที่สำคัญที่สุดที่ควบคุมเส้นทางจากกรุงปักกิ่งไปยังมองโกเลียในในสมัยราชวงศ์หยวน ป้อมปราการแห่งนี้มีลักษณะเป็นวงกลมและถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มีโครงสร้างการป้องกันที่ซับซ้อนและน่าเกรงขาม แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมทางทหารของจีนโบราณภายในบริเวณจวีหยงกวนยังมีวัดและโบราณวัตถุแกะสลักที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ให้กับสถานที่แห่งนี้ ผู้มาเยือนสามารถเดินสำรวจป้อมปราการ โบราณสถาน และเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของด่านแห่งนี้ในการปกป้องราชธานีตลอดหลายศตวรรษ แม้จะมีผู้คนน้อยกว่าปาต้าหลิ่ง แต่จวีหยงกวนก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ โดยสามารถดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนในบรรยากาศที่เงียบสงบและลึกซึ้งกว่ากำแพงเมืองจีน คือ มรดกอันยิ่งใหญ่ที่ยืนหยัดท้าทายกาลเวลา เป็นพยานแห่งความมุ่งมั่นอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของอารยธรรมจีน การเดินทางสู่กำแพงแห่งตำนานนี้มิใช่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการผจญภัยที่พาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความกล้าหาญของเหล่านักรบ และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ของชนชาติที่ยังคงก้องกังวานอยู่ทุกย่างก้าวบนเส้นทางอันคดเคี้ยวนี้จากยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหมอก ไปจนถึงขอบทะเลทรายอันเวิ้งว้าง กำแพงเมืองจีนยังคงทอดยาวอย่างสง่างาม บอกเล่าเรื่องราวแห่งชัยชนะ ความพ่ายแพ้ และการปกป้องวัฒนธรรมอันล้ำค่า การได้ยืนอยู่บนกำแพงที่ได้เห็นยุคสมัยผ่านพ้นไปนับไม่ถ้วน สัมผัสถึงลมที่พัดผ่าน และดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันตระการตา เป็นประสบการณ์ที่ปลุกเร้าความรู้สึกแห่งความอัศจรรย์ใจและความสำนึกในความยิ่งใหญ่ของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง มันตอกย้ำถึงความสามารถของมนุษย์ในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่และคงทน เพื่อความอยู่รอดและเพื่อปกป้องสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นกำแพงเมืองจีนจึงเป็นมากกว่ากำแพง แต่มันคือตำนานที่มีชีวิต คือสัญลักษณ์แห่งความไม่ยอมแพ้ และเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนได้ตระหนักถึงพลังอันมหาศาลของความร่วมมือและความอุตสาหะ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักประวัติศาสตร์ นักผจญภัย หรือเพียงนักเดินทางที่แสวงหาความงามอันเป็นนิรันดร์ กำแพงเมืองจีนจะมอบประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม และจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่กระตุ้นให้จิตวิญญาณแห่งการสำรวจได้โลดแล่นต่อไปตราบนานเท่านาน.-------------------------ที่มา-รวบรวมข้อมูลและรูป- www.iok2u.com-------------------------ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่ เที่ยวจีน (Travel China)เที่ยวรอบโลก (World Travel)-------------------------ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่.20241022 วัดพระใหญ่ต้ำฝอซื่อ (Dafo Si Temple)https://photos.app.goo.gl/nP3HhFFdPzGfRQGM8.-------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward