iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

นเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route)

การวางแผนท่องเที่ยวใน ซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur) เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดที่ใหญ่มาก (ใหญ่กว่าหลายประเทศรวมกัน) และแต่ละโซนมีลักษณะคาแรกเตอร์การท่องเที่ยวที่แตกต่างชัดเจน ควรแบ่งแผนการท่องเที่ยวออกเป็นหลายเส้นทาง ในครั้งนี้เราแบ่งออกมาเป็น 4 เส้นทางโดยใช้หลักการแบ่งเส้นทางตามทิศทางภูมิศาสตร์ คือ

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางใต้ (Southern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route)

มีรายละเอียดในแต่ละเส้นทาง ดังนี้

เที่ยวเส้นทางซินเจียงตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route) เส้นทางภูเขาและเส้นทางสายไหมประตูสู่เอเชียกลาง

จุดเด่น เทือกเขาเทียนซาน เส้นทาง Silk Road ทะเลสาบ + ภูเขา จุดเชื่อมต่อเอเชียกลาง

เหมาะกับ สายธรรมชาติ + ประวัติศาสตร์ สาย Road Trip ระดับโลก

การเดินทางสู่ดินแดนซินเจียงอุยกูร์บนเส้นทางตะวันตก เปรียบได้กับการผจญภัยย้อนรอยอารยธรรมโบราณบนเส้นทางสายไหมที่ยังคงมีลมหายใจ เส้นทางนี้ทอดยาวผ่านภูมิประเทศอันหลากหลายและน่าทึ่ง ตั้งแต่โอเอซิสเขียวขจีกลางทะเลทรายทากลามากัน ไปจนถึงยอดเขาหิมะที่สูงเสียดฟ้าแห่งเทือกเขาพามีร์ ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น "หลังคาโลก" โดยมีเมืองคัชการ์ (Kashgar) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า คาซือ (Kashi) เป็นหัวใจสำคัญและจุดศูนย์กลางของการสำรวจวัฒนธรรมอุยกูร์อันลึกซึ้ง ซินเจียงอุยกูร์ไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่พาเราไปสัมผัสกับเรื่องราวแห่งการค้าขาย การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการผสานรวมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่สืบทอดกันมานานนับพันปี ในทุกย่างก้าวของการเดินทาง นักผจญภัยจะได้พบกับภาพทิวทัศน์อันงดงามที่เปลี่ยนผันราวกับภาพวาด มีทั้งความแห้งแล้งของทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล ความอุดมสมบูรณ์ของทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บนที่ราบสูง และความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาที่ท้าทายสายตา ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสำรวจเส้นทางมหัศจรรย์นี้คือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าเปิดสดใส และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้นานาชนิดที่ขึ้นชื่อของซินเจียง ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

ลักษณะเด่นของภูมิประเทศ

ซินเจียงตะวันตก โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูง หุบเขาลึก ไปจนถึงทะเลสาบน้ำใส เทือกเขา Tianshan Mountains เป็นแกนหลักของภูมิประเทศ โดยทอดยาวผ่านพื้นที่และสร้างทัศนียภาพที่งดงามทะเลสาบ Heavenly Lake (Tianchi) ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุด ด้วยผืนน้ำสีฟ้าใสที่สะท้อนภูเขาหิมะและป่าสนโดยรอบอย่างงดงาม

ความสำคัญทางวัฒนธรรม

พื้นที่นี้เป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมจีนและเอเชียกลาง ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างน่าสนใจ ทั้งในด้านอาหาร ภาษา และวิถีชีวิตของผู้คนชุมชนต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชาวอุยกูร์ คาซัค หรือกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่แม้ว่าการท่องเที่ยวซินเจียงมักจะถูกแบ่งหลักๆ เป็น เหนือ ใต้ และตะวันออก แต่หากเจาะลึกไปยังฝั่งตะวันตกสุดของมณฑล ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศในแถบเอเชียกลางอย่างคาซัคสถาน คุณจะพบกับ "หุบเขาอี้หลี่" (Ili River Valley) ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เจียงหนานนอกด่าน" (Jiangnan beyond the Great Wall) เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น และเขียวขจีผิดแผกไปจากภาพจำของดินแดนตะวันตก ซินเจียงตะวันตกคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างทุ่งหญ้าสไตล์อัลไพน์ ทุ่งดอกไม้ที่โรแมนติก และการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ประวัติและภูมิหลัง

ดินแดนซินเจียงอุยกูร์มีประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกในฐานะเส้นทางสายไหม (The Silk Road) ตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 3 (ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช) ถึงพุทธศตวรรษที่ 21 (ศตวรรษที่ 16) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองคัชการ์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สี่แยก" ของเส้นทางสายไหม ที่ซึ่งเส้นทางเหนือและใต้มาบรรจบกันก่อนจะข้ามเทือกเขาพามีร์ การค้าขายผ้าไหม เครื่องเทศ และวัฒนธรรมระหว่างราชวงศ์ฮั่นของจีนและอาณาจักรโรมันได้หล่อหลอมให้ภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยน ภายใต้อิทธิพลของราชวงศ์ต่างๆ ซินเจียงเป็นเขตบัญชาการทางทหารของราชวงศ์ฮั่น (ซีอวี่) และราชวงศ์ถัง หลังจากพุทธศตวรรษที่ 14 (ศตวรรษที่ 9) ชนเผ่าอุยกูร์ได้อพยพมาจากมองโกเลียและผสมผสานกับประชากรพื้นเมืองเชื้อสายอินโด-ยูโรเปียน ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 (ศตวรรษที่ 13) ดินแดนแห่งนี้ถูกพิชิตโดยเจงกิสข่าน และกลายเป็น "พรมแดนใหม่" (Xinjiang) ภายใต้ราชวงศ์ชิงในพุทธศตวรรษที่ 23 (ศตวรรษที่ 18) ปัจจุบันในปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) ได้มีการจัดตั้งเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ขึ้น และยังคงเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" (Belt and Road Initiative) ของจีน ที่มุ่งฟื้นฟูเส้นทางการค้าโบราณด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยภูมิทัศน์ที่หลากหลาย: สามขุนเขาสองแอ่ง ภูมิประเทศของซินเจียงมีความโดดเด่นอย่างยิ่งด้วยแนวเทือกเขาสูงใหญ่สามแห่ง ได้แก่ เทือกเขาเทียนซาน (Tianshan), คุนหลุน (Kunlun) และอัลไต (Altai) ซึ่งโอบล้อมแอ่งทาริม (Tarim Basin) และแอ่งจุงการ์ (Junggar Basin) ไว้ตรงกลาง
  • ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert): เป็นที่รู้จักในชื่อ "ทะเลแห่งความตาย" (Sea of Death) ทะเลทรายแห่งนี้เป็นทะเลทรายทรายเคลื่อนที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เส้นทางสายไหมได้เลี่ยงขอบด้านใต้และตะวันตกของทะเลทรายนี้ โดยเชื่อมโยงเมืองโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์เข้าไว้ด้วยกัน
  • ที่ราบสูงพามีร์ (Pamir Plateau): ทางตะวันตก แนวเทือกเขาพามีร์และคาราโครัมก่อตัวเป็นกำแพงธรรมชาติอันน่าเกรงขาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของถนนนานาชาติที่ปูด้วยยางมะตอยที่สูงที่สุดในโลกนั่นคือ "คาราโครัมไฮเวย์" (Karakoram Highway)
มรดกทางวัฒนธรรมอุยกูร์ วัฒนธรรมอุยกูร์มีความเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมไปด้วยคุณค่า
  • มูกัมอุยกูร์ (Uyghur Muqam): ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) เป็นชุดบทเพลง การเต้นรำ และดนตรีที่มีความซับซ้อน สะท้อนประวัติศาสตร์และปรัชญาของชาวอุยกูร์ผ่านจังหวะและบทกวีที่หลากหลาย
  • วัฒนธรรมโอเอซิส: ชาวอุยกูร์ในภาคตะวันตกแตกต่างจากชนเผ่าคาซัคหรือมองโกลที่เป็นชนเผ่าเร่ร่อน โดยมีวิถีชีวิตเป็นเกษตรกรและช่างฝีมือผู้ชำนาญ
  • ศูนย์รวมทางศาสนา: แม้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ แต่ภูมิภาคนี้เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนา ดังที่เห็นได้จากถ้ำและซากปรักหักพังโบราณที่กระจัดกระจายอยู่ตามขอบทะเลทราย
  • หัตถกรรมพื้นเมือง: เมืองโฮตัน (Hotan) มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านหยกเนื้อเนไฟรต์ (Nephrite Jade) และผ้าไหมแอตลาส (Atlas Silk) ส่วนเมืองคัชการ์เป็นศูนย์กลางของการทอพรมอุยกูร์และงานช่างทองแดง
มรดกโลกเส้นทางสายไหม: มรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "เส้นทางสายไหม: เครือข่ายเส้นทางระเบียงฉางอัน-เทียนซาน" (Silk Roads: the Routes Network of Chang'an-Tianshan Corridor) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยครอบคลุม 33 แหล่งประวัติศาสตร์ในจีน คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน แหล่งสำคัญในซินเจียงได้แก่:
  • เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ruins) และ เกาชาง (Gaochang Ruins): ใกล้เมืองทูร์ปัน เป็นเมืองที่สร้างจากดินขนาดใหญ่ เจียวเหอเป็นป้อมปราการธรรมชาติบนหน้าผา ส่วนเกาชางเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอุยกูร์ตะวันตกและศูนย์กลางพุทธศาสนาที่รุ่งเรือง
  • ถ้ำพุทธพันองค์คิซิล (Kizil Thousand-Buddha Caves): เป็นหนึ่งในถ้ำพุทธศาสนาขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในจีน สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 8 (คริสต์ศตวรรษที่ 3) มีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีเอกลักษณ์และศิลปะที่ผสมผสานอิทธิพลจากอินเดีย เปอร์เซีย และจีน
  • เป่ยถิง (Beshbalik หรือ Beiting): ซากปรักหักพังของสำนักงานผู้ดูแลเขตปกครองเป่ยถิง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารทางเหนือของราชวงศ์ถัง
การเปลี่ยนผ่านทางศาสนาและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวอุยกูร์ถูกกำหนดโดยการย้ายถิ่นฐานจากที่ราบสูงมองโกเลียไปยังโอเอซิสในซินเจียง เดิมทีอาณาจักรอุยกูร์คาแกนเนต (Uyghur Khaganate) (พ.ศ. 1287–1383 / ค.ศ. 744–840) เป็นอาณาจักรเร่ร่อนในมองโกเลีย พวกเขาเป็นผู้รับนับถือศาสนามาณีกี (Manichaeism) ในยุคแรก และเป็นผู้ปกป้องเส้นทางสายไหมที่สำคัญ หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรใน พ.ศ. 1383 (ค.ศ. 840) กลุ่มอุยกูร์ได้ย้ายถิ่นฐานมายังภูมิภาคทูร์ปันและทาริม โดยเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบตั้งถิ่นฐานและก่อตั้งอาณาจักรโคโช (Kingdom of Qocho) ก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามในพุทธศตวรรษที่ 16 (คริสต์ศตวรรษที่ 10)ปริศนาทางโบราณคดี: มัมมี่ทาริม National Geographic ได้นำเสนอเรื่องราวของ "มัมมี่แอ่งทาริม" (Tarim Basin Mummies) อย่างกว้างขวาง เช่น "โฉมงามแห่งเซียวเหอ" (Beauty of Xiaohe) (ประมาณ 1800 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้โดยธรรมชาติด้วยเกลือและความร้อนแห้งของทะเลทรายทากลามากัน มัมมี่เหล่านี้สวมใส่เสื้อผ้าทำจากขนสัตว์ หมวกสักหลาด และรองเท้าหนัง แสดงให้เห็นว่าซินเจียงเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมที่หลากหลายมานานก่อนที่เส้นทางสายไหมจะถูกก่อตั้งอย่างเป็นทางการในสมัยราชวงศ์ฮั่น

ไฮไลต์ของการเดินทาง

เส้นทางซินเจียงตะวันตกเต็มไปด้วยจุดหมายปลายทางอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนาน ภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา

เมืองคัชการ์ (Kashgar / Kashi) คัชการ์คือหัวใจของเส้นทางสายไหมในซินเจียง เป็นเมืองโอเอซิสโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์

เมืองเก่าคัชการ์ (Kashgar Old City): เคยเป็นเขาวงกตแห่งบ้านเรือนดินเหนียวอายุ 2,000 ปี แม้ส่วนใหญ่จะได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อความปลอดภัยและส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางของชีวิตชาวอุยกูร์ นักเดินทางสามารถเดินชมตรอกซอกซอยแคบๆ โรงน้ำชาเก่าแก่หลายศตวรรษที่ชาวบ้านมารวมตัวกัน และเยี่ยมชมเวิร์คช็อปหัตถกรรมดั้งเดิม เช่น ช่างทองแดง ช่างทำหมวก และช่างทำเครื่องดนตรี ควรสังเกต "อิฐหกเหลี่ยม" ที่จะนำไปสู่ถนนหลัก ส่วนอิฐสี่เหลี่ยมจะนำไปสู่ทางตัน

มัสยิดอิดคาห์ (Id Kah Mosque): สร้างขึ้นในพ.ศ. 1985 (ค.ศ. 1442) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดดเด่นด้วยฟาซาดกระเบื้องสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์และลานกว้างร่มรื่น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม (ยกเว้นช่วงเวลาละหมาด) และยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา

สุสานอาพัก โหจา (Afaq Khoja Mausoleum): ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสุสานซูฟีสมัยพุทธศตวรรษที่ 22 (คริสต์ศตวรรษที่ 17) ที่เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมอุยกูร์ มีโดมขนาดใหญ่สูง 17 เมตร ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวและน้ำเงิน เรื่องราวของ "พระสนมน้ำหอม" (Xiangfei) ซึ่งเป็นสตรีชาวคัชการ์ที่เล่าขานกันว่ามีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ และได้เป็นพระสนมของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ก็ได้รับการกล่าวขาน ณ ที่แห่งนี้

ตลาดวันอาทิตย์ (Sunday Bazaar) และ ตลาดค้าสัตว์ (Livestock Market): ตลาดนานาชาติแห่งเอเชียกลางและตะวันตก (International Trade Market of Central and Western Asia) เป็นแหล่งรวมเครื่องเทศ ผ้าไหม พรม และหมวก "ดอปปา" (doppa) ของอุยกูร์ที่คึกคักที่สุดในวันอาทิตย์ ส่วนตลาดค้าสัตว์ ซึ่งจัดขึ้นเฉพาะเช้าวันอาทิตย์ที่ชานเมือง เป็นภาพของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เกษตรกรนำแกะ วัว ม้า และอูฐมาแลกเปลี่ยนกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway - G314) และเทือกเขาพามีร์ เส้นทางที่ได้รับฉายาว่า "สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก" (Eighth Wonder of the World) นี้ เป็นถนนนานาชาติที่ปูด้วยยางมะตอยที่สูงที่สุดในโลก เชื่อมต่อคัชการ์กับปากีสถาน

ทะเลสาบไป๋ซา (Baisha Lake / White Sand Lake): ทะเลสาบสีฟ้าครามท่ามกลางเนินทรายสีขาวราวหิมะ ตัดกับฉากหลังของภูเขาหิมะที่สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำ เป็นจุดแวะพักถ่ายรูปที่งดงาม

ทะเลสาบคาราคูล (Karakul Lake): ทะเลสาบน้ำจืดบนที่สูงตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นยอดเขา มูสทากาตา (Muztagh Ata) หรือ "บิดาแห่งภูเขาหิมะ" (7,546 เมตร) และ กงการ์ทากห์ (Kongur Tagh) (7,649 เมตร) นักเดินทางสามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบหรือขี่อูฐ/ม้าที่ให้บริการโดยชาวคีร์กีซในท้องถิ่น

ยอดเขามูสทากาตา (Muztagh Ata): ด้วยความสูง 7,546 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาพามีร์ แม้จะสูงชัน แต่ทางลาดด้านตะวันตกที่ค่อนข้างอ่อนโยน ทำให้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงกว่า 7,000 เมตร ที่ "ง่ายที่สุด" ในการปีน ชาวคีร์กีซเร่ร่อนอาศัยอยู่ในหุบเขาซูบาชีที่ตีนเขาในช่วงฤดูร้อน

เมืองทัชเคอร์กัน (Tashkurgan) เมืองแห่งที่ราบสูงที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทาจิก

- เมืองหินโบราณ (Stone City / Shitoucheng Ruins): ป้อมปราการเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรปูหลี (Puli Kingdom) และจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางสายไหม แม้โครงสร้างภายในจะพังทลายไปมาก แต่กำแพงหินขนาดใหญ่และหอคอยยังคงอยู่ มอบทัศนียภาพอันกว้างไกลของทุ่งหญ้าสีทองและแม่น้ำทัชเคอร์กัน โดยมีเทือกเขาพามีร์เป็นฉากหลัง

- ทุ่งหญ้าสีทอง (Golden Grassland / Alaer National Wetland Park): ทุ่งหญ้าชุ่มน้ำกว้างใหญ่ใต้เชิงเมืองหินโบราณ ได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้ำทัชเคอร์กัน มีทางเดินไม้ที่สร้างเป็นรูปนกอินทรี (สัญลักษณ์ของชาวทาจิก) ทุ่งหญ้าแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม) เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวทาจิกที่เลี้ยงจามรี แกะ และม้า

เมืองโฮตัน (Hotan / Hetian) เมืองโอเอซิสที่มีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมอันประณีต

- ตลาดวันอาทิตย์โฮตัน (Hotan Sunday Market): ถือเป็นตลาดที่ "ของแท้" และเป็นวิถีชีวิตมากกว่าตลาดในคัชการ์ ที่นี่คึกคักเป็นพิเศษในวันอาทิตย์ช่วง 12:00 น. ถึง 14:00 น. (ตามเวลาซินเจียง) นักเดินทางสามารถพบกับผ้าไหมแอตลาส (Etles Silk) ที่มีลวดลาย "มัดย้อม" ที่เป็นเอกลักษณ์ และพรม "กิลิม" (gilim) ที่สวยงาม

- ตลาดหยกโฮตัน (Hotan Jade Market): ตั้งอยู่ตามถนน Yulongkashi River Avenue มีศูนย์กลางการค้าหยกขนาดใหญ่ 4 แห่ง ที่นี่คุณจะพบหยกเนไฟรต์ดิบหลากหลายเกรด โดยเฉพาะหยกขาว "มันแกะ" (mutton-fat jade) ที่มีชื่อเสียง

- หมู่บ้านจียา (Jiya Township): ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองโฮตันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 10-15 กิโลเมตร เป็น "บ้านเกิดของผ้าไหมแอตลาส" ที่นักเดินทางสามารถเยี่ยมชมเวิร์คช็อปที่ช่างฝีมือยังคงใช้กี่ทอผ้าไม้และสีย้อมธรรมชาติ

- ตลาดกลางคืนโฮตัน (Hotan Night Market): แหล่งรวมอาหารและวัฒนธรรมยามค่ำคืนที่คึกคัก เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เห็นชาวท้องถิ่นสวมเสื้อผ้าผ้าไหมแอตลาสและหมวกดอปปา พร้อมลิ้มรสอาหารท้องถิ่น เช่น เคบับเนื้อแกะ และซุปนกพิราบ

- มรดกโลกถ้ำพุทธพันองค์คิซิล (Kizil Thousand-Buddha Caves) เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ruins) และ เกาชาง (Gaochang Ruins) แม้จะอยู่ใกล้เมืองทูร์ปัน แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเส้นทางสายไหมในซินเจียง

- ถ้ำพุทธพันองค์คิซิล: เป็นแหล่งถ้ำพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งแรกๆ ในจีน เริ่มสร้างในพุทธศตวรรษที่ 8 (คริสต์ศตวรรษที่ 3) มีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปแบบ "ชิวซือ" (Kucha) ที่โดดเด่น และการผสมผสานศิลปะจากอินเดีย กรีก เปอร์เซีย และจีน

- เมืองโบราณเจียวเหอ: ได้รับการยกย่องว่าเป็น "เมืองดินที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด และได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดในโลก" ความพิเศษคือเมืองนี้ถูก "แกะสลัก" ออกมาจากที่ราบสูงลมหอบ ไม่ได้สร้างด้วยอิฐ เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเชอสือ (Cheshi Kingdom)

- เมืองโบราณเกาชาง: เคยเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่และศูนย์กลาง "นานาชาติ" บนเส้นทางสายไหม เป็นศูนย์กลางสำคัญทั้งด้านการเมือง ศาสนา (พุทธศาสนา ลัทธิมาณีกี และคริสต์ศาสนานิกายเนสโตเรียน) และการค้า มายาวนานกว่า 1,000 ปี พระภิกษุเสวียนจ้าง (Xuanzang) เคยพำนักและสอนธรรมะที่นี่หลายเดือนระหว่างการเดินทางไปอินเดีย

- เมืองอีหนิง (Yining) และหมู่บ้านคาซานฉี (Kazanqi): * เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองอี้หลี่คาซัค ไฮไลต์คือการเดินเล่นในย่านเมืองเก่าคาซานฉีที่มีเสน่ห์ด้วยบ้านเรือนที่ทาด้วย "สีฟ้า" สดใส สถาปัตยกรรมที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์อุยกูร์ รัสเซีย และอุซเบก นั่งรถม้าชมเมือง และชิมไอศกรีมทำมือแบบดั้งเดิม

- อำเภอฮั่วเฉิง (Huocheng) โพรวองซ์แห่งตะวันออก หากมาเยือนในช่วงฤดูร้อน (ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม) ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักดอกไม้ ฮั่วเฉิงเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงจะบานสะพรั่งสุดลูกหูลูกตา ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขาพร้อมฉากหลังเป็นเทือกเขาเทียนซาน

- เมืองเท่อเค่อซือ (Tekes) หรือ เมืองแปดทิศ (Bagua City) ผังเมืองที่นี่ถูกออกแบบตามหลัก "ปากั้ว" (ยันต์แปดทิศ) ของลัทธิเต๋า ถือเป็นเมืองเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรแต่รถไม่ติด นอกจากตัวเมืองที่แปลกตาแล้ว เท่อเค่อซือยังเป็นประตูสู่

- ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น (Kalajun Grassland) ทุ่งหญ้าบนเนินเขาที่ทอดตัวสลับซับซ้อนราวกับภาพ 3 มิติ ซึ่งสวยงามและยิ่งใหญ่จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

อำเภอเจาซู (Zhaosu): ดินแดนแห่งม้าสวรรค์ พื้นที่ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ "ม้าอีหลี่" ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากม้าเหงื่อโลหิตหรือม้าสวรรค์ในตำนาน ในช่วงเดือนกรกฎาคม เจาซูจะงดงามตระการตาด้วยทุ่งดอกเรปซีด (Rapeseed) สีเหลืองอร่ามที่บานตัดกับสีเขียวของทุ่งหญ้าและธารน้ำแข็งบนยอดเขา

- ด่านพรมแดนฮั่วเอ่อร์กั๋วซือ (Khorgos Port) ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญและคึกคักที่สุดระหว่างจีนและคาซัคสถาน คุณสามารถสัมผัสบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศ แวะช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี และถ่ายรูปกับหลักกิโลเมตรสุดท้ายของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 312 ที่เชื่อมต่อยาวมาจากเซี่ยงไฮ้ 

- Urumqi 

- Tianshan Mountains 

- Heavenly Lake (Tianchi) 

- Ili Kazakh Autonomous Prefecture

- Khorgos - Dushanzi Grand Canyon 

- Bortala 

- Yining 

- Tekes County

- Guozigou Bridge

ข้อมูลการเดินทางและข้อแนะนำ

การเดินทางสู่ซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางตะวันตก เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ แต่ก็ต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อให้การผจญภัยเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม:

  • พฤษภาคม - ตุลาคม: เป็นช่วงที่สภาพอากาศดีที่สุดสำหรับการเดินทาง อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิด

  • กันยายน - ตุลาคม: เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด สภาพอากาศกำลังดี และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ ทำให้ได้ลิ้มรสผลไม้สดใหม่และอร่อย

เที่ยวซินเจียงตะวันตก (Western Xinjiang Route) สายหมอกยามเช้าลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนน้ำสีเขียวมรกตของ Heavenly Lake (Tianchi) ขณะที่แนวเทือกเขา Tianshan Mountains ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังอย่างยิ่งใหญ่ ภาพตรงหน้าชวนให้รู้สึกถึงพลังของธรรมชาติที่บริสุทธิ์และไร้ขอบเขต เส้นทางซินเจียงตะวันตกจึงไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือการก้าวเข้าสู่ดินแดนที่เชื่อมโลกจีนกับเอเชียกลางอย่างแท้จริงซินเจียงตะวันตก เป็นส่วนหนึ่งของ Xinjiang Uyghur Autonomous Region โดยตั้งอยู่ใกล้พรมแดนประเทศในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถานและคีร์กีซสถาน ทำให้พื้นที่นี้มีบทบาทสำคัญในฐานะ “ประตูการค้า” มาตั้งแต่อดีตเมืองหลักของเส้นทางนี้คือ Urumqi ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมของภูมิภาค และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติและเส้นทางสายไหมในฝั่งตะวันตกประวัติความเป็นมาพื้นที่ซินเจียงตะวันตก เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่อจีนกับโลกตะวันตก พ่อค้าและคาราวานจำนวนมากเคยเดินทางผ่านพื้นที่นี้เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมเมืองชายแดนอย่าง Khorgos มีความสำคัญในฐานะจุดผ่านแดนระหว่างจีนกับเอเชียกลาง และยังคงมีบทบาทสำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน

เส้นทางซินเจียงตะวันตก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ "สายโรแมนติก คู่รัก และผู้ที่ชื่นชอบทิวทัศน์ที่นุ่มนวล" ใครที่หลงใหลในทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี สภาพอากาศที่สดชื่น และอยากสัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมเอเชียกลางที่ผสมผสานกับรัสเซียและอุยกูร์ เส้นทางนี้จะมอบประสบการณ์ที่งดงามราวกับเดินอยู่ในภาพวาดสีน้ำมันตะวันตก การเดินทางในซินเจียงตะวันตก ให้ความรู้สึกเหมือนการสำรวจโลกที่ยังไม่ถูกค้นพบ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ของภูเขา ความสงบของทะเลสาบ และวัฒนธรรมที่หลากหลายเส้นทางนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางแบบ Road Trip เพราะสามารถแวะชมสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศในแต่ละช่วงของการเดินทาง การเดินทางมักเริ่มจากเมือง Urumqi จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังจุดต่าง ๆ ด้วยรถยนต์หรือทัวร์ท้องถิ่นเนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่และระยะทางค่อนข้างไกล การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ และควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนการเดินทางซินเจียงตะวันตก คือ เส้นทางที่ผสมผสานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เข้ากับประวัติศาสตร์ของเส้นทางสายไหมได้อย่างลงตัว จากภูเขาสูงสู่ทุ่งหญ้า จากทะเลสาบสู่เมืองชายแดน ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนความหลากหลายและความงดงามของภูมิภาคนี้สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสการเดินทางที่แตกต่างและเต็มไปด้วยมิติ ซินเจียงตะวันตกคือหนึ่งในเส้นทางที่ไม่ควรพลาด

การเดินทางสู่ซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางตะวันตก เป็นการเดินทางที่เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โลกอีกใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และมนต์เสน่ห์อันน่าค้นหา จากเมืองคัชการ์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและกลิ่นอายของเส้นทางสายไหมโบราณ ไปจนถึงยอดเขาหิมะอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาพามีร์ ที่มอบทัศนียภาพอันตระการตาและประสบการณ์บน "หลังคาโลก" ที่ไม่เหมือนใคร ดินแดนแห่งนี้เป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ที่รอให้นักผจญภัยจากทั่วโลกได้มาสัมผัสด้วยตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายบางประการในเรื่องกฎระเบียบและสภาพภูมิประเทศที่สูง แต่ทุกย่างก้าวของการเดินทางจะถูกเติมเต็มด้วยเรื่องราวอันลึกซึ้งของชาวอุยกูร์ที่ยังคงรักษาประเพณีและวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ รวมถึงความงดงามของทิวทัศน์ที่แปรเปลี่ยนจากทะเลทรายสีทอง สู่ทะเลสาบสีฟ้าคราม และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการผจญภัยที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปตราบนานเท่านาน และทำให้เราได้ตระหนักถึงความหลากหลายและความยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้

#ซินเจียง #เส้นทางสายไหม #อุยกูร์ #คัชการ์ #เทือกเขาพามีร์ #คาราโครัมไฮเวย์ #ทะเลสาบคาราคูล #เมืองโบราณจีน #วัฒนธรรมอุยกูร์ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าและดอกไม้ #Xinjiang #WesternXinjiang #SilkRoad #Tianshan #HeavenlyLake #IliValley #TravelChina #NatureTravel #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

 

   

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward