iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

BA แนวคิด ที่นักการตลาดยุคใหม่ควรมีเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน (10 Ideas for Marketers)

  

แนวคิดที่นักการตลาดยุคใหม่ควรมีเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน (10 Ideas for Marketers) คือ

แนวคิดที่นักการตลาดยุคใหม่ควรมี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน Ideas for Modern Marketers การตลาดในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงการโฆษณา การขาย หรือการทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการตั้งแต่ การสร้าง สื่อสาร ส่งมอบ และแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่า ให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับนิยามของ American Marketing Association (AMA) ที่ให้ความสำคัญกับคำว่า Value มากกว่าการขายเพียงอย่างเดียว 10 แนวคิดฉบับปรับปรุง ที่นักการตลาดสามารถนำไปใช้ได้จริง

1. เริ่มจาก Customer Value ไม่ใช่เริ่มจากการขาย

หัวใจของ Marketing คือ การสร้างคุณค่า (Value Creation) นักการตลาดจึงควรถามก่อนว่า

ลูกค้าคือใคร? → มีปัญหาอะไร? → เราช่วยอะไรเขาได้? → ทำไมเขาจึงควรเลือกเรา?

ตัวอย่าง ร้านกาแฟไม่ได้ขายเพียง “กาแฟหนึ่งแก้ว” ลูกค้าบางกลุ่มอาจต้องการความสะดวก บางกลุ่มต้องการสถานที่ทำงาน บางกลุ่มสนใจ Specialty Coffee และบางกลุ่มต้องการพื้นที่พบปะ 

สินค้าชนิดเดียวกันจึงสามารถมี Value Proposition แตกต่างกันได้

Philip Kotler ก็ย้ำว่า Creating Value ยังคงเป็นแนวคิดศูนย์กลางของ Marketing และการตลาดต้องเข้าใจว่าลูกค้าตัดสินใจและรับรู้คุณค่าอย่างไร 

2. กำไรสำคัญ แต่ต้องมอง Customer และ Society ไปพร้อมกัน

ธุรกิจต้องมีกำไรจึงจะอยู่รอด แต่การเพิ่มกำไรระยะสั้นโดยทำลายความไว้วางใจของลูกค้า สังคม หรือสิ่งแวดล้อม อาจไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน

นักการตลาดจึงควรมองอย่างน้อยสามมิติ

Business Value — ธุรกิจอยู่รอดและมีกำไร
Customer Value — ลูกค้าได้รับคุณค่าจริง
Societal Value — ไม่สร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างไม่รับผิดชอบ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับนิยาม Marketing ของ AMA ซึ่งรวมถึงคุณค่าต่อ society at large ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทกับลูกค้าเท่านั้น

Sustainability จึงไม่ควรถูกใช้เพียงเป็นข้อความประชาสัมพันธ์ แต่ควรเชื่อมกับ Product, Packaging, Supply Chain และ Business Model จริง

3. เปลี่ยนจาก Mass Marketing สู่ STP แต่ Mass ยังไม่ตาย

บทความเดิมกล่าวในลักษณะว่า “หมดยุค Mass Market” ซึ่งควรปรับให้แม่นยำขึ้น เพราะสินค้าบางประเภทก็ยังสามารถใช้ Mass Marketing ได้

หลักสำคัญกว่าคือ นักการตลาดต้องรู้จัก Segmentation → Targeting → Positioning (STP)

แบ่งตลาดออกเป็นกลุ่ม เลือกกลุ่มที่ต้องการให้บริการ และกำหนด Position ที่ต้องการให้ลูกค้ารับรู้

ตัวอย่าง โรงแรมเดียวกันอาจไม่สามารถตอบโจทย์พร้อมกันทั้ง Backpacker, Business Traveler และ Luxury Traveler ได้ดีที่สุด

การเลือก Target จึงช่วยให้ Product, Price, Channel, Content และ Customer Experience มีความสอดคล้องกันมากขึ้น

Kotler ยังคงจัด STP เป็นหนึ่งในหลักสำคัญของ Modern Marketing

4. Data-Driven Marketing ใช้ข้อมูล ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว

นักการตลาดยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็น Data Scientist แต่ต้อง อ่านข้อมูลเป็น ตั้งคำถามเป็น และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็น ข้อมูลที่สำคัญอาจประกอบด้วย ยอดขาย Conversion Rate, Customer Acquisition Cost, Repeat Purchase, Customer Lifetime Value, Customer Satisfaction, Campaign Performance และพฤติกรรมตาม Customer Journey

ตัวอย่าง โฆษณา A มีคนคลิกมากกว่าโฆษณา B ไม่ได้หมายความว่า A ดีกว่าเสมอ หากคนจาก B ซื้อสินค้ามากกว่าและกลับมาซื้อซ้ำสูงกว่า

ดังนั้นต้องเปลี่ยนจาก “Content นี้ Like เยอะ” เป็น “Content นี้สร้าง Business และ Customer Outcome อะไร?” Data-driven Marketing ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิด Marketing 5.0 ซึ่งนำเทคโนโลยีมาช่วยทำความเข้าใจและตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

5. วัด Outcome ไม่ใช่เพียง Activity

Digital Marketing ทำให้เราวัดได้แทบทุกอย่าง แต่สิ่งที่ “วัดได้” ไม่ได้หมายความว่า “สำคัญ” ตัวเลขอย่าง Impression, Follower, Like, View, Click เป็นประโยชน์ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพ นักการตลาดต้องเชื่อม Marketing Metrics ไปสู่ Lead → Conversion → Revenue → Margin → Retention → Customer Lifetime Value

ตัวอย่าง Campaign หนึ่งมี Reach 1 ล้านคน แต่ขายได้ 100 ราย ขณะที่อีก Campaign มี Reach เพียง 100,000 คนแต่ขายได้ 500 ราย การประเมินจาก Reach อย่างเดียวจึงอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิด

หลักคิดคือ อย่าวัด Marketing เพียงว่าทำอะไรไปแล้ว แต่วัดว่าการตลาดสร้างผลลัพธ์อะไร

6. จาก Transaction สู่ Relationship และ Customer Lifetime Value

การตลาดที่ดีไม่ควรจบเมื่อ ลูกค้าจ่ายเงิน แต่ควรดู Customer Journey ต่อไปว่า

ลูกค้าพอใจหรือไม่?

กลับมาซื้ออีกหรือไม่?

แนะนำคนอื่นหรือไม่?

Kotler อธิบาย Customer Journey ผ่านแนวคิด 5A ได้แก่ Aware → Appeal → Ask → Act → Advocate โดยปลายทางที่สำคัญคือการที่ลูกค้ากลายเป็นผู้สนับสนุนหรือบอกต่อ Brand ดังนั้นธุรกิจควรเปลี่ยนจาก Sell Once ไปสู่ Acquire → Serve → Retain → Advocate เพราะลูกค้าที่มีความสัมพันธ์ระยะยาวสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่ายอดขายครั้งแรก

7. เข้าใจ Customer Journey แบบ Omnichannel

ลูกค้าปัจจุบันไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรง อาจเห็นสินค้าจาก TikTok → Search Google → อ่าน Review → เข้าเว็บไซต์ → ถาม LINE → ไปดูสินค้าที่ร้าน → กลับมาสั่ง Online

นักการตลาดจึงไม่ควรบริหาร Facebook, Website, Store, Marketplace และ Call Center แบบแยกส่วน แต่ควรมองทั้งหมดเป็น Customer Journey เดียวกัน สิ่งสำคัญคือประสบการณ์ระหว่าง Touchpoints ต้องต่อเนื่อง

ตัวอย่าง ลูกค้าเห็นโปรโมชั่นใน Facebook แต่พนักงานหน้าร้านไม่รู้ว่ามีโปรโมชั่นนั้นอยู่ Customer Experience จะเสียทันที การตลาดยุคใหม่จึงต้องเชื่อม Physical + Digital + Virtual Touchpoints เข้าด้วยกัน

8. ใช้ AI และ Marketing Technology เพื่อเพิ่มความสามารถของคน

AI กำลังช่วยงาน Marketing ตั้งแต่ Customer Analysis

Content Drafting

Recommendation

Personalization

Forecasting

Chatbot

Marketing Automation ไปจนถึง Campaign Optimization

แต่แนวคิดที่ควรระวัง คือ AI Tool ≠ Marketing Strategy ถ้าไม่รู้ Target Customer, Value Proposition และ Positioning ต่อให้สร้าง Content ด้วย AI ได้วันละ 1,000 ชิ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้น

แนวคิด Marketing 5.0 เน้นการใช้ Technology เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าแก่มนุษย์ ไม่ใช่ใช้ Technology เป็นเป้าหมายในตัวเอง (Science Park)

ดังนั้นควรคิดเป็น Marketing Strategy → Data → Technology/AI → Execution → Measurement ไม่ใช่ มี AI → แล้วค่อยหาว่าจะใช้ทำอะไร

9. Trust, Ethics และ Privacy กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Marketing

ยิ่งนักการตลาดมี Data และ AI มากเท่าใด ความรับผิดชอบก็ยิ่งสูงขึ้น 

การตลาดสมัยใหม่ต้องคำนึงถึง ความถูกต้องของข้อมูล, ความโปร่งใส, Data Privacy, การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ, การไม่หลอกลวง และการไม่สร้าง Greenwashing

AMA ให้ความสำคัญกับ Marketing Ethics ในประเด็นอย่าง Truth in Advertising, Privacy, Data Security, Social and Environmental Responsibility และ Responsible Use of AI อย่างชัดเจน ดังนั้น Trust ไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่ายกฎหมาย แต่เป็น Brand Asset บริษัทอาจได้ยอดขายจากการตลาดที่เกินจริงในระยะสั้น แต่หากสูญเสียความเชื่อมั่นของลูกค้า ต้นทุนในการสร้าง Brand กลับคืนมาอาจสูงกว่ายอดขายที่เคยได้หลายเท่า

10. นักการตลาดต้องเป็น Lifelong Learner Marketing เป็นศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เพราะทั้ง Customer Behavior, Technology, Media, AI

Platform, Competitor, Regulation และ Culture เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

แม้แต่ Philip Kotler ซึ่งทำงานด้าน Marketing มาหลายทศวรรษยังเขียนในบทความของ AMA ปี 2024 ว่า หากหยุดติดตามแนวคิดและพัฒนาการใหม่ ความรู้ทางการตลาดก็สามารถสูญเสียคุณค่าได้อย่างรวดเร็ว 

นักการตลาดจึงต้องพัฒนาทั้ง Marketing + Business + Data + Technology + Human Understanding

ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญทุกอย่าง แต่ต้องสามารถเชื่อมศาสตร์เหล่านี้เข้าด้วยกันได้

จาก CMO สู่ Growth Mindset ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็น CGO

สรุป การตลาดที่ยั่งยืนคือการสร้าง Value ที่ทุกฝ่ายอยู่ได้

เมื่อรวมแนวคิดเข้าด้วยกัน นักการตลาดยุคใหม่ควรเปลี่ยนวิธีคิดจาก

ขายสินค้า → สร้าง Customer Value

Mass อย่างเดียว → STP และ Personalization

ความรู้สึก → Data-informed Decision

ยอดขายครั้งเดียว → Customer Lifetime Value

หลาย Channel แยกกัน → Customer Journey

Technology-first → Strategy-first

AI แทนคน → AI เพิ่มความสามารถของคน

ยอด Like → Business Outcome

กำไรระยะสั้น → Sustainable Growth และ Marketing Communication → Trust + Relationship + Value Creation

Marketing ที่ดีจึงไม่ใช่ศาสตร์ของการทำให้คน “ซื้อของที่เขาไม่ต้องการ” แต่เป็นความสามารถในการเข้าใจว่า ใครต้องการอะไร เราสามารถสร้างคุณค่าอะไรให้เขา และจะส่งมอบคุณค่านั้นอย่างไรให้ธุรกิจ ลูกค้า และสังคมสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ นี่คือแก่นที่ทำให้ Marketing สามารถสร้าง การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ได้จริง

#Marketing #ModernMarketing #MarketingStrategy #CustomerValue #SustainableMarketing #SustainableGrowth #DataDrivenMarketing #CustomerExperience #CustomerJourney #STP #TargetMarket #CustomerLifetimeValue #DigitalMarketing #MarketingAI #MarketingEthics

ดูเรื่องราว Marketing เพิ่มเติมที่ Marketing การตลาด (Marketing) รวมข้อมูลเพิ่มเติม 

-------------------------

ที่มาข้อมูล

American Marketing Association (AMA), What is Marketing? The Definition of Marketing ซึ่งนิยาม Marketing ผ่านการสร้าง สื่อสาร ส่งมอบ และแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่า

- Philip Kotler, American Marketing Association, The Past, Present, and Future of Marketing (2024) อธิบาย Customer Value, STP, Customer Journey, 5A และทิศทาง Modern Marketing

- Thailand Science Park, Marketing 5.0 Technology for Humanity อธิบายบทบาท Data และ Technology ในการตลาดที่ยังยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง 

- American Marketing Association, Marketing Ethics ครอบคลุม Privacy, Data Security, Social Responsibility และ Responsible AI

ภาพและรวบรวมข้อมูล

www.iok2u.com

-------------------------

สนใจเรื่องราว การจัดการธุรกิจ (Business Management) เพิ่มเติมคลิกที่นี่

การจัดการธุรกิจ (Business Management)

-------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward