
1991/2534 เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร / Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns/ Cultural
ตำแหน่งที่ตั้ง 17.410992065830815, 103.23000082744275
มรดกแห่งอารยธรรมสยามยุคแรกเริ่ม
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคตอนล่างของภาคเหนือในประเทศไทยปัจจุบัน และประกอบด้วยกลุ่มเมืองโบราณสำคัญสามแห่งที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 11,852 เฮกตาร์ (hectares) หรือ 118.52 ตารางกิโลเมตร (square kilometers) มรดกชุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ชาติและภูมิภาค เนื่องจากเป็นต้นกำเนิดของศิลปะ สถาปัตยกรรม ภาษา วรรณกรรม ศาสนา และการประมวลกฎหมายของไทย รวมถึงเป็นจุดกำเนิดของรัฐไทยแรกเริ่ม
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นราชธานีและศูนย์กลางการบริหารการปกครองของอาณาจักรสยามแห่งแรกในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 15 (พุทธศตวรรษที่ 18-20) ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (Sukhothai Historical Park) ประกอบด้วยโบราณสถานกว่า 193 แห่ง รวมถึงซากปรักหักพังของวัด 26 แห่ง และพระราชวัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมไทยและการพัฒนา "ศิลปะแบบสุโขทัย" (Sukhothai style) ที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระพุทธรูป
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย (Si Satchanalai Historical Park) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสุโขทัยไปทางเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร (kilometers) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของอาณาจักร เป็นที่ตั้งของวัดและอารามทางพุทธศาสนาจำนวนมาก และยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องสังคโลกเพื่อการส่งออก ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับสุโขทัย อุทยานแห่งนี้มีโบราณสถาน 215 แห่ง รวมถึงวัดช้างล้อม (Wat Chang Lom) และวัดเจดีย์เจ็ดแถว (Wat Chedi Ched Thaeo)
ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (Kamphaeng Phet Historical Park) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสุโขทัยไปทางใต้ประมาณ 65 กิโลเมตร (kilometers) เป็นเมืองหน้าด่านที่มีบทบาททางยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันอาณาจักรจากการรุกรานและรักษาเครือข่ายการค้าที่กว้างขวาง ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 (พุทธศตวรรษที่ 19) เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางชุมชนขนาดใหญ่ที่มีอาคารอนุสรณ์สถานอันน่าประทับใจหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอรัญญิก (Khet Aranyik) หรือ "โซนวัดป่า" (Forest Temple Zone) เมืองประวัติศาสตร์ทั้งสามแห่งนี้มีโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเชื่อมโยงกันด้วยถนนสายหลักที่เรียกว่า "ถนนพระร่วง" (Thanon Phra Ruang)
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารได้รับการยอมรับในคุณค่าสากลอันโดดเด่นตามเกณฑ์ข้อ (iii) ขององค์การยูเนสโก ซึ่งระบุว่า: "เป็นตัวแทนที่โดดเด่นของศิลปะและสถาปัตยกรรมของสยามยุคแรกเริ่ม ภาษา วรรณกรรม ศาสนา และการประมวลกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานของการกำเนิดรัฐไทยแรก"
คุณค่านี้ปรากฏเด่นชัดใน "ศิลปะแบบสุโขทัย" (Sukhothai style) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบศิลปะพุทธที่วิจิตรงดงามที่สุดของไทย โดดเด่นด้วยพระพักตร์รูปไข่ พระโอษฐ์แย้มสรวลเล็กน้อย และพระขนงโก่งสูง ดังที่เห็นได้จากพระพุทธรูปปางลีลา (Walking Buddha) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแสดงถึงความสงบและความศรัทธาอย่างลึกซึ้ง การสร้างสรรค์ทางศิลปะและสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงความงดงามทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการสังเคราะห์อิทธิพลต่างๆ เข้ากับขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ก่อให้เกิดรูปแบบเฉพาะตัวที่แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของรัฐไทยแรกเริ่ม นอกจากนี้ การพัฒนาทางด้านภาษาและวรรณกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประดิษฐ์อักษรไทยในสมัยสุโขทัย และการประมวลกฎหมาย ยังเป็นรากฐานสำคัญของการก่อร่างสร้างรัฐและสังคมไทยที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
ประวัติศาสตร์: เมืองสุโขทัยได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรสยามแห่งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 13 (พุทธศตวรรษที่ 18) และรุ่งเรืองสูงสุดในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 15 (พุทธศตวรรษที่ 18-20) โดยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการปกครองและวัฒนธรรม จากบันทึกทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดี ไม่พบตำนานที่แยกต่างหากจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจุดกำเนิดของเมืองอย่างชัดเจน แต่เป็นการพัฒนาขึ้นจากชุมชนที่มีอยู่เดิม อาณาจักรสุโขทัยมีระบบการปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก" ที่เน้นความใกล้ชิดระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน และมีการค้าขายอย่างกว้างขวางโดยใช้ "ถนนพระร่วง" (Thanon Phra Ruang) เป็นเส้นทางคมนาคมหลักเชื่อมโยงเมืองต่างๆ สุโขทัยเสื่อมอำนาจลงและถูกผนวกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยาในที่สุด
สถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมในเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลจากหลายแหล่ง เช่น ลังกา ขอม และมอญ แต่ได้ถูกผสมผสานและพัฒนาให้เกิดเป็น "ศิลปะแบบสุโขทัย" ที่เป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างอาคารส่วนใหญ่เป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนา โดยมีรายละเอียดดังนี้:
-
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย:
-
วัดมหาธาตุ (Wat Mahathat): เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองสุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 200 x 200 เมตร (meters) และเป็นศูนย์กลางของเมือง ประกอบด้วยเจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม หรือ "เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย รายล้อมด้วยเจดีย์บริวารและวิหารต่างๆ
-
พระราชวัง: แม้จะเหลือเพียงฐานราก แต่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการวางผังที่สะท้อนถึงศูนย์กลางอำนาจ
-
พระพุทธรูปปางลีลา: เป็นประติมากรรมที่โดดเด่น มีการแสดงออกถึงความเคลื่อนไหวที่สง่างาม เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะสุโขทัย
-
-
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย:
-
วัดช้างล้อม (Wat Chang Lom): มีเจดีย์ประธานทรงกลมแบบลังกา (Ceylonese style) ที่ฐานของเจดีย์ประดับด้วยรูปปั้นช้างปูนปั้นจำนวน 39 เชือก ประหนึ่งว่าช้างเหล่านั้นเป็นผู้อุ้มเจดีย์ไว้ แสดงถึงความเชื่อเรื่องไตรภูมิและพุทธคติ
-
วัดเจดีย์เจ็ดแถว (Wat Chedi Ched Thaeo): มีหมู่เจดีย์จำนวน 33 องค์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและรูปแบบศิลปะที่หลากหลาย รวมถึงแบบลังกา แบบศรีวิชัย และแบบล้านนา
-
เตาทุเรียง (Kilns): หลักฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องสังคโลกที่มีชื่อเสียงระดับโลก แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ
-
-
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร:
-
เขตอรัญญิก (Khet Aranyik): เป็นส่วนสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดป่าจำนวนมากที่สร้างอยู่นอกกำแพงเมือง เน้นความเรียบง่ายและการปฏิบัติวิปัสสนาธุระ เช่น วัดพระสี่อิริยาบถ ซึ่งมีพระพุทธรูปสี่อิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
-
กำแพงเมืองและป้อมปราการ: แสดงให้เห็นถึงบทบาททางยุทธศาสตร์ของเมืองในการป้องกันอาณาจักร
-
ทั้งสามเมืองยังคงรักษาสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างที่ยังคงหลงเหลืออยู่และผังเมืองโบราณ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจด้านการวางผังเมืองและระบบการจัดการน้ำในอดีต
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
-
ศิลปะแบบสุโขทัย (Sukhothai Style): เป็นรูปแบบศิลปะที่มีเอกลักษณ์และถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของศิลปะพุทธในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์รูปไข่ พระโอษฐ์แย้มสรวลเล็กน้อย พระขนงโก่งสูง และพระพุทธรูปปางลีลาที่แสดงถึงความสง่างาม
-
วัดมหาธาตุ (Wat Mahathat): วัดหลวงและศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรสุโขทัย ด้วยเจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่โดดเด่น
-
วัดช้างล้อม (Wat Chang Lom) และวัดเจดีย์เจ็ดแถว (Wat Chedi Ched Thaeo) ในศรีสัชนาลัย: โบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะเจดีย์ที่ฐานประดับด้วยรูปปั้นช้างล้อมรอบ และหมู่เจดีย์ที่หลากหลายรูปแบบ
-
เขตอรัญญิก (Khet Aranyik) ในกำแพงเพชร: โซนวัดป่าที่สะท้อนถึงการปฏิบัติศาสนาแบบอรัญวาสี ซึ่งแตกต่างจากวัดในเขตเมือง
-
พระพุทธรูปปางลีลา (Walking Buddha): พบได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (Wat Phra Si Rattana Mahathat) ในศรีสัชนาลัย เป็นสัญลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยที่แสดงถึงความพริ้วไหวและความงดงามทางจิตวิญญาณ
-
ระบบชลประทานโบราณ: โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของทั้งสามเมือง เช่น คันดิน อ่างเก็บน้ำ ที่แสดงถึงภูมิปัญญาโบราณในการควบคุมน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
-
ถนนพระร่วง (Thanon Phra Ruang): เส้นทางโบราณที่เชื่อมโยงเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชรเข้าด้วยกัน สะท้อนถึงเครือข่ายการคมนาคมและการค้าที่สำคัญของอาณาจักร
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร:
-
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย: ตั้งอยู่ประมาณ 45 กิโลเมตร (kilometers) ทางเหนือของสุโขทัย มีจุดเด่นคือวัดช้างล้อมและวัดเจดีย์เจ็ดแถว รวมถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางลีลาที่งดงาม
-
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร: ตั้งอยู่ประมาณ 65 กิโลเมตร (kilometers) ทางใต้ของสุโขทัย มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวให้บริการ
บทบาทของกรมศิลปากร: กรมศิลปากร (Fine Arts Department) มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ซึ่งรวมถึงการสำรวจทางโบราณคดี การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และการดูแลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสาขาที่สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร เป็นพยานหลักฐานอันทรงคุณค่าที่แสดงถึงรากฐานของอารยธรรมไทยในยุคแรกเริ่ม มรดกโลกแห่งนี้มิได้เป็นเพียงซากปรักหักพังทางโบราณคดีเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปะ สถาปัตยกรรม ภาษา วรรณกรรม และศาสนาที่ก่อร่างสร้างอัตลักษณ์ของชาติไทย ความโดดเด่นของ "ศิลปะแบบสุโขทัย" โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางลีลา สะท้อนถึงการผสมผสานภูมิปัญญาและแรงบันดาลใจทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ระบบการจัดการน้ำและโครงข่ายถนนพระร่วงยังแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการในอดีต การอนุรักษ์และการนำเสนอคุณค่าสากลอันโดดเด่นของสถานที่เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่นี้ต่อไป
เอกสารอ้างอิง (References)
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)
------------------------


