iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
2000/2543 พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งคย็องจู (Gyeongju Historic Areas)
 
    

2000/2543 พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งคย็องจู (Gyeongju Historic Areas) มรดกแห่งอาณาจักรชิลลาอันรุ่งเรืองและงานพุทธศิลป์อมตะ

พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู (Gyeongju Historic Areas) ซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2000 หรือ พ.ศ. 2543 แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นศูนย์รวมอันน่าทึ่งของศิลปะพุทธศาสนาแบบเกาหลี ทั้งประติมากรรม ภาพนูนต่ำ เจดีย์ รวมถึงซากปรักหักพังของวัดวาอารามและพระราชวังจากอาณาจักรชิลลา (Silla dynasty) ซึ่งเคยรุ่งเรืองและปกครองคาบสมุทรเกาหลีเกือบหนึ่งพันปี ตั้งแต่ 57 ปีก่อนคริสตกาล (57 B.C.E.) จนถึงปี 935 ค.ศ. (พ.ศ. 1478) พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 5 เขตย่อยอันโดดเด่น ซึ่งแต่ละแห่งล้วนสะท้อนถึงแง่มุมที่แตกต่างกันของความสำเร็จทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรชิลลา

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจูได้รับการยกย่องให้มีคุณค่าสากลอันโดดเด่นภายใต้เกณฑ์การพิจารณา 2 ข้อหลัก ได้แก่:

  • เกณฑ์ (ii) – การพัฒนาทางศิลปะ: แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานถึงการพัฒนาอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาและสถาปัตยกรรมทางโลกในเกาหลี โดยแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางศิลปะและเทคนิคการก่อสร้างที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองทางปัญญาและจิตวิญญาณในยุคนั้น
  • เกณฑ์ (iii) – หลักฐานทางวัฒนธรรม: พื้นที่ประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นบันทึกอันโดดเด่นของความสำเร็จทางวัฒนธรรมของอาณาจักรชิลลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึง 10 (พุทธศตวรรษที่ 12 ถึง 15) ซึ่งรวมถึงงานศิลปะอันประณีต โครงสร้างทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ และภูมิทัศน์ที่สะท้อนถึงความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น

ดังนั้น พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจูจึงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวมของโบราณวัตถุและสิ่งก่อสร้างทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่เปิดไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวัฒนธรรม ปรัชญา และอารยธรรมที่เคยเจริญรุ่งเรืองบนคาบสมุทรเกาหลี

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจูประกอบด้วย 5 เขตย่อย ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์:

1. เขตภูเขานัมซาน (Mount Namsan Belt)

ภูเขานัมซาน (Mount Namsan) ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง" และเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวชิลลา บนเนินเขาแห่งนี้มีวัตถุทางพุทธศาสนาจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ อาทิเช่น ซากของวัดกว่า 100 แห่ง และเจดีย์หิน 60 องค์ รวมถึงภาพสลักพระพุทธรูปบนหินและรูปปั้นลอยตัว จุดเด่นที่สำคัญคือ บริเวณศาลาโพซอกจอง (Poseokjeong Pavilion site) ซึ่งมีชื่อเสียงจากร่องน้ำหินรูปหอยเป๋าฮื้อ อันเป็นสถานที่ที่กษัตริย์เคยจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในตำนาน ศาลาแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความรื่นรมย์ในราชสำนักชิลลา (Silla court) ในขณะที่บริเวณวัดและเจดีย์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมพุทธศาสนาเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมของชาวชิลลา

2. เขตวอลซอง (Wolseong Belt)

พื้นที่นี้เป็นหัวใจของเมืองหลวงชิลลา และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง โดดเด่นด้วย:

  • พระราชวังวอลซอง (Wolseong Palace) หรือ "ป้อมปราการแห่งดวงจันทร์" ซึ่งเป็นที่ประทับหลักของกษัตริย์
  • หอดูดาวชอมซองแด (Cheomseongdae) หอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออก สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของชิลลา
  • พระราชวังดงกุงและบึงวอลจี (Donggung Palace and Wolji Pond หรือ Anapji) อดีตพระราชวังและบึงเทียมที่ได้รับการบูรณะ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงรับรองแขกของราชสำนักชิลลา
  • ป่าคเยริม (Gyerim Forest) สถานที่ในตำนานซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ประสูติของบรรพบุรุษตระกูลคิม (Kim clan) ซึ่งเป็นตระกูลกษัตริย์ที่สำคัญของชิลลา

3. เขตสุสานหลวง (Tumuli Park Belt)

เขตนี้ประกอบด้วยกลุ่มสุสานหลวง (tumuli) ขนาดใหญ่สามกลุ่มที่กลายเป็นภาพจำของคยองจู สุสานเนินดินมหึมาเหล่านี้ได้เปิดเผยสมบัติล้ำค่ามากมาย เช่น:

  • สุสานชอนมาโชง (Cheonmachong หรือ Heavenly Horse Tomb) มีชื่อเสียงจากภาพวาด "ม้าสวรรค์" (Heavenly Horse) บนแผ่นหนังต้นเบิร์ชที่ใช้เป็นอานม้า และมงกุฎทองคำอันวิจิตรงดงาม
  • กลุ่มสุสานแดรึงวอน (Daereungwon Tomb Complex) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานชิลลาที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงสุสานฮวังนัมแดโชง (Hwangnam Daechong) ที่มีเนินสุสานสองลูก

4. เขตฮวังนยองซา (Hwangnyongsa Belt)

พื้นที่นี้เน้นไปที่ซากปรักหักพังของวัดพุทธที่สำคัญที่สุดในยุคชิลลา:

  • วัดฮวังนยองซา (Hwangnyongsa Temple) ครั้งหนึ่งเคยเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีชื่อเสียงจากเจดีย์ไม้เก้าชั้น (ปัจจุบันถูกทำลายไปแล้ว) ซึ่งเคยมีความสูงประมาณ 80 เมตร แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมไม้ในยุคนั้น
  • วัดบุนฮวังซา (Bunhwangsa Temple) มีเจดีย์หินที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างจากอิฐแกะสลักให้ดูเหมือนหิน นับเป็นหนึ่งในเจดีย์ชิลลาที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่

5. เขตซานซอง (Sanseong Belt หรือ Fortress Belt)

เขตนี้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันของเมืองหลวง:

  • ป้อมปราการมยองฮวัลซานซอง (Myeonghwalsanseong Fortress) ป้อมปราการหินและดินความยาว 6 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อป้องกันคยองจูจากทางทิศตะวันออก มีบทบาทสำคัญในการป้องกันเมืองมาหลายศตวรรษ แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางวิศวกรรมการทหารของอาณาจักรชิลลา

ไฮไลต์สำคัญ (Key Highlights)

พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจูมีไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมายที่สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรชิลลา:

  • หอดูดาวชอมซองแด (Cheomseongdae Observatory): หอดูดาวหินที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออก เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของชิลลาในคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พ.ศ. 1143-1242)
  • สุสานชอนมาโชง (Cheonmachong Tomb): สุสานที่มีการค้นพบภาพวาด "ม้าสวรรค์" (Heavenly Horse) อันล้ำค่า และมงกุฎทองคำ รวมถึงเครื่องประดับทองมากมาย ซึ่งแสดงถึงฝีมือหัตถศิลป์อันเป็นเลิศของช่างชิลลา
  • บึงวอลจีและพระราชวังดงกุง (Wolji Pond and Donggung Palace): อดีตสถานที่จัดเลี้ยงและพักผ่อนหย่อนใจของราชวงศ์ ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและการจัดภูมิทัศน์ที่ประณีต โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟ
  • ซากปรักหักพังของวัดฮวังนยองซา (Hwangnyongsa Temple Site): แม้จะเหลือเพียงฐานราก แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของวัดและเจดีย์ไม้เก้าชั้นที่เคยสูงถึง 80 เมตร ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด
  • ศิลปะพุทธะบนภูเขานัมซาน (Buddhist Art on Mount Namsan): รูปสลักหินและภาพนูนต่ำพระพุทธรูปที่กระจัดกระจายอยู่ตามธรรมชาติของภูเขา ซึ่งแสดงถึงความศรัทธาและความเชี่ยวชาญทางศิลปะของยุคชิลลา

 

พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู (Gyeongju Historic Areas) เป็นพยานหลักฐานอันล้ำค่าของอารยธรรมชิลลาที่รุ่งเรืองอย่างยิ่งในอดีต ด้วยความหลากหลายทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนาที่สะท้อนถึงปัญญาและจิตวิญญาณของผู้คนในยุคนั้น แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรชิลลาเท่านั้น แต่ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของเกาหลี และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ส่งต่อคุณค่าสากลมายังปัจจุบัน

#GyeongjuHistoricAreas #SillaDynasty #UNESCOWorldHeritage #KoreanHeritage #AncientKorea #BuddhistArt #CulturalTourism #SouthKorea #HistoryTravel #มรดกโลกเกาหลีใต้ #UNESCOเกาหลีใต้ #เที่ยวคย็องจู #ประวัติศาสตร์เกาหลี #แหล่งมรดกโลกเอเชีย #อาณาจักรชิลลา #เที่ยวเกาหลีใต้ #เมืองมรดกโลก #iok2uTravel

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward