iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
 
อุทยานธรณีโลกฉินหลิงจงหนานซาน (Qinling Zhongnanshan Global Geopark)

 

google map https://maps.app.goo.gl/vNENN33Xhiz3LCWU7

อุทยานธรณีชุยฮวา (cuihua) เขาฉินหลิง (Mountain Qinling) อัศจรรย์ขุนเขาชุยฮวา พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาธรรมชาติแห่งฉินหลิง มรดกโลกที่ซ่อนเร้นใกล้ซีอาน

ลองจินตนาการถึงการเดินทางสู่ใจกลางของขุนเขาฉินหลิงอันยิ่งใหญ่ สถานที่ซึ่งธรรมชาติได้บรรจงสร้างสรรค์งานศิลปะทางธรณีวิทยาที่น่าตื่นตะลึงและประวัติศาสตร์อันยาวนานได้ถักทอเรื่องราวเหนือกาลเวลา รอคอยให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบความลับ มณฑลส่านซี ประเทศจีน เป็นที่ตั้งของอุทยานธรณีชุยฮวาซานฉินหลิง (Cuihua Mountain Qinling Geopark) ขุมทรัพย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ เชิงเขาทางตอนเหนือของเทือกเขาฉินหลิง ที่ซึ่งแบ่งประเทศจีนออกเป็นเหนือและใต้ อุทยานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่พาคุณย้อนเวลากลับไปสู่ยุคน้ำแข็งเมื่อสองล้านปีก่อน สัมผัสร่องรอยอารยธรรมยุคหินใหม่ และดื่มด่ำกับเรื่องเล่าจากกวีและจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต

เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ คุณจะถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพที่ผสมผสานความงามสง่าของขุนเขาเข้ากับความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่หาชมได้ยาก ก้อนหินขนาดมหึมาที่กระจัดกระจายราวกับทะเลหินผุดขึ้นจากแผ่นดิน ยอดเขาสูงชันเสียดฟ้า และหน้าผาที่ถูกกัดเซาะจากแผ่นดินไหวโบราณ ล้วนเป็นพยานหลักฐานของพลังอันไร้ขีดจำกัดของธรรมชาติ ทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติจากหินถล่มสะท้อนเงาของป่าไม้ที่หนาทึบและท้องฟ้าสีคราม สร้างภาพความงดงามที่มิอาจลืมเลือนได้ ชุยฮวาซานจึงเป็นมากกว่าอุทยาน เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ที่บอกเล่าวิวัฒนาการของโลกและประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่พึ่งพิงธรรมชาติมานับพันปี

ไม่เพียงแค่ความตระการตาทางธรณีวิทยาเท่านั้น ชุยฮวาซานยังเปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง เคยเป็นลานล่าสัตว์ของจักรพรรดิ สวนดอกไม้อิมพีเรียล และสถานที่สำหรับประกอบพิธีบูชาเทพเจ้าในราชวงศ์ฮั่นและถัง บทกวีจากนักปราชญ์ผู้เลื่องชื่ออย่างหลี่ไป๋ ได้ถูกรังสรรค์ขึ้น ณ ที่แห่งนี้ บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าเขาเชิญชวนให้ผู้แสวงบุญและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมจีนได้มาสัมผัสจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น ภาพแกะสลักบนหน้าผาที่หลงเหลืออยู่กว่า 100 แห่ง คือมรดกที่เหล่าบัณฑิตและนักปราชญ์ได้ทิ้งไว้เป็นเครื่องเตือนใจถึงแรงบันดาลใจที่ขุนเขาแห่งนี้มอบให้

การผจญภัยในชุยฮวาซานจึงเป็นการเดินทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักสำรวจผู้แสวงหาความงดงามของธรรมชาติ ความลึกลับทางธรณีวิทยา และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกไว้ในทุกอณูของภูเขาแห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะเดินป่า สัมผัสความเย็นยะเยือกในถ้ำน้ำแข็ง ล่องเรือในทะเลสาบเทียนฉือ หรือชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และสนุกกับการเล่นสกีในฤดูหนาว ชุยฮวาซานมีสิ่งที่มอบให้ทุกคนได้อย่างไม่รู้จบ เป็นการเดินทางที่จะปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งความมหัศจรรย์ ความชื่นชมในความงามของโลก และความผูกพันกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าแห่งดินแดนจีน

ที่ตั้งและภูมิศาสตร์

อุทยานธรณีชุยฮวาซานฉินหลิง ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยอยู่ห่างจากใจกลางเมืองซีอานไปทางทิศใต้ประมาณ 20 ถึง 40 กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาฉินหลิงอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สำคัญทางภูมิศาสตร์ที่แบ่งประเทศจีนออกเป็นสองภูมิภาคหลัก ได้แก่ จีนเหนือและจีนใต้

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของชุยฮวาซานโดดเด่นด้วยลักษณะภูเขาที่สลับซับซ้อน มียอดเขาหลักสูงถึง 2,604 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ครอบคลุมพื้นที่รวม 32 ตารางกิโลเมตร สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ ธรณีสัณฐานจากการเลื่อนถล่มของแผ่นดินที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอดีตกาล เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเหล่านี้ได้สร้างสรรค์ภูมิทัศน์อันน่าทึ่ง ซึ่งรวมถึง "ทะเลหินขนาดมหึมา" หรือ "ทะเลภูเขาถล่ม" ยอดเขาสูงชัน หน้าผาที่ตั้งตระหง่าน และทะเลสาบกั้นน้ำหลายแห่ง พื้นที่ที่เกิดการเลื่อนถล่มเหล่านี้เพียงอย่างเดียวครอบคลุมพื้นที่ถึง 5.2 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นพื้นที่การเลื่อนถล่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ทำให้ชุยฮวาซานได้รับการขนานนามว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาธรรมชาติ" หินส่วนใหญ่ในบริเวณนี้เป็นหินแปรจากยุคกลางทางธรณีวิทยา

อุทยานแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่ที่น่าสนใจ ได้แก่ โซนกลางซึ่งมีทะเลสาบเทียนฉือ (Heavenly Lake) และสันเขาพานหลง (Panlong Ridge) โซนเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำลม (Wind Cave) และถ้ำน้ำแข็ง (Ice Cave) และโซนใต้ซึ่งประกอบด้วยหุบเขากานหู (Ganhu Valley) และทะเลหิน (Stone Sea) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชมทัศนียภาพอื่นๆ เช่น พื้นที่ทะเลสาบบีชาน (Bishan Lake Scenic Area) และพื้นที่ทะเลหินซานตง (Shandong Rock Sea Scenic Area)

ภูมิอากาศของชุยฮวาซานเป็นแบบภูเขากึ่งเขตร้อนชื้น โดยได้รับอิทธิพลจากเทือกเขาฉินหลิง อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) อยู่ที่ประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส ทำให้เป็นสถานที่หลบร้อนที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง -10 ถึง 5 องศาเซลเซียส ทำให้มีหิมะปกคลุมและเหมาะสำหรับการเล่นสกี ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) มีอุณหภูมิที่อบอุ่นและสบาย เหมาะสำหรับการเดินป่าและชมธรรมชาติที่สวยงาม

ประวัติ

เรื่องราวของขุนเขาชุยฮวาเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว โดยมีต้นกำเนิดจากการเกิดธารน้ำแข็งยุคควอเทอร์นารีเมื่อกว่าสองล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติได้เริ่มปั้นแต่งภูมิทัศน์อันน่าทึ่งที่เราเห็นในปัจจุบัน หลักฐานทางโบราณคดียังบ่งชี้ถึงการปรากฏตัวของมนุษย์ยุคหินใหม่ในบริเวณนี้ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ได้เข้ามาใช้ชีวิตและพึ่งพิงธรรมชาติของชุยฮวามาตั้งแต่สมัยบรรพกาล

ในยุคราชวงศ์ฉิน (221 ปีก่อนคริสตกาล – 207 ปีก่อนคริสตกาล) ภูเขาแห่งนี้ถูกใช้เป็นลานล่าสัตว์ของปฐมจักรพรรดิฉินสื่อหวงตี้ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (202 ปีก่อนคริสตกาล – คริสตศักราช 7) จักรพรรดิอู่ตี้ได้จัดพิธีบูชาสวรรค์ ณ ที่แห่งนี้ ทำให้ชุยฮวากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ ในช่วงราชวงศ์ถัง (คริสตศักราช 618 – 907) ภูเขาแห่งนี้เป็นที่รู้จักในนาม "ภูเขาไท่อี้" และทำหน้าที่เป็นทั้งลานล่าสัตว์ของราชวงศ์และสถานที่พักผ่อนฤดูร้อนสำหรับจักรพรรดิไท่จง เป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับกวีเอกอย่างหลี่ไป๋ ซึ่งได้รังสรรค์บทกวีอมตะขึ้นจากความงดงามของทิวทัศน์เหล่านี้ นอกจากนี้ ตำนานยังเล่าว่าภูเขาแห่งนี้ก่อตัวขึ้นหรือได้รับผลกระทบอย่างมากจากแผ่นดินไหวในรัชสมัยของกษัตริย์โจวโย่วแห่งราชวงศ์โจวตะวันตก

ชุยฮวาซาน ได้รับชื่อปัจจุบันว่า "ภูเขาชุยฮวา" ในช่วงราชวงศ์หมิง-ชิง ซึ่งชื่อนี้น่าจะมาจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าสนและดอกอาซาเลียที่บานสะพรั่งทั่วทั้งภูเขา และจากนั้นก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับนักปราชญ์และผู้แสวงบุญ วัดโบราณที่สำคัญอย่างวัดซิงเจียว ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงราชวงศ์ถัง และวัดไป๋หยุน ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงรากฐานทางวัฒนธรรมและศาสนาที่หยั่งลึกของภูเขาแห่งนี้

ในยุคปัจจุบัน ชุยฮวาซานได้รับการยอมรับเป็นจุดชมทัศนียภาพระดับมณฑลในทศวรรษ 1990 และในปี 1992 ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติจงหนานซาน ต่อมาในปี 2001 ได้รับการยกฐานะเป็นอุทยานธรณีระดับชาติ และท้ายที่สุดในปี 2009 ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญทางธรณีวิทยาในระดับสากล ทำให้ชุยฮวาซานไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางธรณีวิทยาและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของโลก

ตำนานและความสำคัญ

ชุยฮวาซานไม่ได้เป็นเพียงแค่ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมตำนานและความสำคัญทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน ตำนานที่เด่นชัดและให้กำเนิดชื่อ "ชุยฮวาซาน" คือเรื่องราวของเทพธิดาหรือหญิงสาวนามว่า "ชุยฮวา" ผู้ซึ่งแสวงหาอิสรภาพในการแต่งงานบนภูเขาแห่งนี้และต่อมาได้บรรลุความเป็นอมตะ เรื่องเล่านี้ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณของภูเขาและทำให้ชื่อของมันมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้นสำหรับชาวท้องถิ่นและผู้มาเยือน

ในอดีต ชุยฮวาซานเป็นที่รู้จักกันในนาม "Royal Shanglin Park" และ "Imperial Flower Garden" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในฐานะสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งล่าสัตว์ของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่นและถัง จักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์ฮั่นยังได้ประกอบพิธีบูชาเทพไท่อี้ที่นี่ ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทของภูเขาในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์กลางทางศาสนา วัดโบราณสองแห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ คือ วัดซิงเจียว ซึ่งมีรากฐานมาจากราชวงศ์ถัง และวัดไป๋หยุน ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณสำหรับผู้แสวงบุญและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีน

นอกจากนี้ ภูเขาชุยฮวายังเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำหรับกวีและนักปราชญ์ผู้เลื่องชื่อในอดีต ดังจะเห็นได้จากภาพแกะสลักบนหน้าผากว่า 100 แห่ง ที่ถูกสร้างสรรค์โดยเหล่านักปราชญ์อย่าง หวังเหวย, ซูหย่ง และซือหม่ากวง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความน่าหลงใหลของภูเขาที่ดึงดูดปัญญาชนมาเยี่ยมเยือนและสร้างสรรค์ผลงาน สถาปัตยกรรมของวัดเหล่านี้ แม้จะไม่มีการระบุขนาดเป็นเมตรโดยละเอียดในรายงาน แต่ก็สะท้อนถึงรูปแบบศิลปะและเทคนิคการก่อสร้างของแต่ละยุคสมัยที่ทรงคุณค่า

พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาอุทยานโลกฉินหลิงจงหนานซาน (Qinling Zhongnanshan Global Geopark Museum) ที่ตั้งอยู่ในอุทยาน ครอบคลุมพื้นที่ 650 ตารางเมตร ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา พืชและสัตว์หายาก และปรากฏการณ์การเลื่อนถล่มของดินในภูมิภาคนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยเชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับวิวัฒนาการทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ทำให้ชุยฮวาซานเป็นสถานที่ที่รวมเอาความงามของธรรมชาติ ตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ และมรดกทางปัญญาไว้ได้อย่างกลมกลืน

จุดที่น่าสนใจและไฮไลท์

1. ธรณีสัณฐานจากการเลื่อนถล่ม (Landslide Formations/Remains)

อุทยานธรณีชุยฮวาซาน ขึ้นชื่ออย่างยิ่งในฐานะ "พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาธรรมชาติ" หรือ "พิพิธภัณฑ์ภูมิทัศน์" ที่จัดแสดงธรณีสัณฐานจากการเลื่อนถล่มของแผ่นดินที่โดดเด่นและหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บริเวณนี้คือผลงานชิ้นเอกที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากพลังอันมหาศาลของแผ่นดินไหวโบราณ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่น่าอัศจรรย์ใจของ "ทะเลหินขนาดมหึมา" หรือ "ทะเลภูเขาถล่ม" ก้อนหินน้อยใหญ่รูปทรงแปลกตาจำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ สร้างเขาวงกตธรรมชาติที่ท้าทายให้นักสำรวจได้เข้ามาค้นหาและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

หน้าผาสูงชันและยอดเขาที่ตั้งตระหง่านอย่างยอดเขาชุยฮวา (Cuihua Peak) และยอดเขากานฉิว (Ganqiu Peak) เป็นพยานหลักฐานที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง หน้าผาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวและร่องรอยของการพังทลาย ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินที่เคยสั่นสะเทือนในอดีต การเดินสำรวจในพื้นที่นี้จะนำพาคุณไปสู่มุมมองที่น่าทึ่งและช่องว่างแคบๆ ที่เกิดจากการยุบตัวของชั้นหิน ซึ่งล้วนเป็นภาพสะท้อนของประวัติศาสตร์โลกที่ซับซ้อนและงดงามราวกับงานประติมากรรมขนาดยักษ์

2. ทะเลสาบเทียนฉือ (Heavenly Lake - Tianchi)

ทะเลสาบเทียนฉือ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ไข่มุกแห่งเทือกเขาฉินหลิง" เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่งดงามราวภาพวาด ก่อตัวขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอดีต เมื่อหินขนาดใหญ่ถล่มลงมาปิดกั้นทางไหลของแม่น้ำไท่อี้ ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ใสสะอาดและสงบเงียบ ทะเลสาบแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 14 เฮกตาร์ (ประมาณ 0.14 ตารางกิโลเมตร) สะท้อนเงาของภูเขาและป่าไม้ที่รายล้อม สร้างทัศนียภาพที่น่าประทับใจไม่ว่าจะมองจากมุมไหน

บริเวณทะเลสาบเทียนฉือเป็นจุดศูนย์รวมกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับการล่องเรือชมความงามของทะเลสาบ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสความสงบเงียบของธรรมชาติ การตกปลาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อน ทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำตามธรรมชาติและการจัดบาร์บีคิวริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง

3. ถ้ำลมและถ้ำน้ำแข็ง (Wind Cave and Ice Cave)

ถ้ำลมและถ้ำน้ำแข็งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจยิ่ง เกิดจากช่องว่างแคบๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยหินที่ถล่มลงมาเมื่อหลายพันปีก่อน ภายในถ้ำเหล่านี้เป็นเสมือนประตูสู่โลกอีกใบที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษแตกต่างกันไป ถ้ำลมนั้นให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงฤดูร้อน แม้ภายนอกจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน คุณจะสัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นที่พัดผ่าน ราวกับเครื่องปรับอากาศธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

สำหรับถ้ำน้ำแข็งนั้นถือเป็นความมหัศจรรย์ที่แท้จริง เพราะยังคงรักษาระดับอุณหภูมิให้หนาวเย็นจัดตลอดทั้งปี โดยมีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ภายในไม่ว่าจะอยู่ในฤดูใดก็ตาม การเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็งนี้จึงเป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นและสร้างความประหลาดใจให้กับผู้มาเยือน ควรเตรียมเสื้อผ้าที่อบอุ่นและถุงมือให้พร้อมก่อนเข้าสำรวจ เพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ได้อย่างเต็มที่ ถ้ำทั้งสองแห่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความหลากหลายทางธรณีวิทยาและปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าค้นหาของชุยฮวาซาน

4. น้ำตก (Waterfalls)

อุทยานแห่งชาติชุยฮวาซานเป็นที่ตั้งของน้ำตกหลายแห่งที่เพิ่มความสดชื่นและความงดงามให้กับทัศนียภาพอันเขียวขจี น้ำตกเหล่านี้เป็นเสมือนเส้นสายสีเงินที่ไหลรินลงมาจากหน้าผาหิน สาดกระเซ็นเป็นละอองน้ำเย็นฉ่ำ สร้างเสียงดนตรีแห่งธรรมชาติที่ผ่อนคลายและน่ารื่นรมย์ น้ำตกชุยฮวาซานเป็นหนึ่งในน้ำตกที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จัก มอบภาพความสงบและความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาที่รายล้อม

อย่างไรก็ตาม น้ำตกที่น่าประทับใจที่สุดคือ น้ำตกจิ่วเทียน (Nine-sky Waterfall) หรือ "น้ำตกเก้าฟ้า" ซึ่งมีความสูงที่สุดบนเนินเขาด้านเหนือของยอดเขาฉินหลิง สายน้ำที่ไหลหลั่นลงมาจากความสูงชันอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพอันน่าเกรงขามและงดงามราวกับม่านน้ำตกขนาดใหญ่ การได้ยืนอยู่เบื้องหน้าน้ำตกจิ่วเทียนและสัมผัสถึงพลังของธรรมชาติที่ซัดสาดลงมานั้นเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และเป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งนี้

5. วัดโบราณ (Ancient Temples)

ชุยฮวาซานไม่เพียงโดดเด่นด้วยธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมมรดกทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ วัดโบราณสองแห่งที่สำคัญอย่าง วัดซิงเจียว (Xingjiao Temple) และ วัดไป๋หยุน (Baiyun Temple) เป็นประจักษ์พยานถึงรากฐานทางวัฒนธรรมและศาสนาที่หยั่งลึกของภูมิภาคนี้ วัดซิงเจียวซึ่งมีประวัติยาวนานย้อนไปถึงราชวงศ์ถัง เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์ที่งดงามในยุคนั้น แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน แต่วัดแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้แสวงบุญและผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนให้มาเยี่ยมเยือน

ส่วนวัดไป๋หยุน ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ก็เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญ สถาปัตยกรรมของวัดไป๋หยุนแม้จะไม่มีข้อมูลขนาดเป็นเมตรโดยละเอียด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความประณีตและภูมิปัญญาในการก่อสร้างของช่างฝีมือในยุคนั้น วัดทั้งสองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ แต่เป็นแหล่งที่เก็บรักษาเรื่องราว ตำนาน และวิถีปฏิบัติทางศาสนาที่สืบทอดกันมานับร้อยปี การเดินสำรวจบริเวณวัดจะช่วยให้คุณได้สัมผัสถึงความสงบทางจิตใจและเข้าใจถึงบทบาทของพุทธศาสนาในการหล่อหลอมสังคมและวัฒนธรรมจีน

6. พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาอุทยานโลกฉินหลิงจงหนานซาน (Qinling Zhongnanshan Global Geopark Museum)

เพื่อเติมเต็มความเข้าใจและความซาบซึ้งในความมหัศจรรย์ของชุยฮวาซาน พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาอุทยานโลกฉินหลิงจงหนานซานจึงเป็นจุดแวะที่พลาดไม่ได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 650 ตารางเมตร นำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมและลึกซึ้งเกี่ยวกับการพัฒนาทางธรณีวิทยาของภูมิภาค เทือกเขาฉินหลิง ระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงพืชและสัตว์หายาก ตลอดจนวิทยาศาสตร์เบื้องหลังปรากฏการณ์การเลื่อนถล่มของดินที่ทำให้ชุยฮวาซานมีชื่อเสียง

ภายในพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ผ่านนิทรรศการที่จัดแสดงอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ธรณีวิทยาของโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน ไปจนถึงการก่อตัวของเทือกเขาฉินหลิงและเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีส่วนที่อธิบายถึงความหลากหลายทางชีวภาพอันอุดมสมบูรณ์ที่สามารถพบเห็นได้ในอุทยานแห่งนี้ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังช่วยให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความซับซ้อนและงดงามของโลกธรรมชาติด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

7. เส้นทางเดินป่า (Hiking Trails)

สำหรับผู้ที่หลงใหลในการผจญภัยและต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ชุยฮวาซานมีเส้นทางเดินป่ามากมายที่ทอดตัวผ่านภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ท่ามกลางป่าไม้หนาทึบ เนินเขาที่ทอดยาว ลำธารใสสะอาด และพืชพรรณนานาชนิด เส้นทางเหล่านี้มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมในการสำรวจความงามอันบริสุทธิ์ของอุทยานและสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินป่ามือใหม่หรือผู้เชี่ยวชาญ ก็มีเส้นทางที่เหมาะสมกับทุกระดับความสามารถ

การเดินป่าในชุยฮวาซานไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการเดินทางเพื่อการค้นพบ ที่จะนำคุณไปสู่จุดชมวิวที่งดงาม หน้าผาที่น่าทึ่ง และมุมสงบที่ซ่อนอยู่ หากคุณมาเยือนในฤดูใบไม้ร่วง คุณจะได้พบกับภาพทิวทัศน์ที่งดงามเป็นพิเศษ เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีจากเขียวขจีเป็นสีทอง สีแดง และสีส้มสดใส สร้างพรมธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจทั่วทั้งภูเขา การเดินป่าที่นี่จึงเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณและสร้างความผ่อนคลายอย่างแท้จริง

8. พื้นที่รีสอร์ทสกีคุยฮวาซาน (Cuihua Mountain Ski Resort)

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ชุยฮวาซานจะแปลงโฉมเป็นดินแดนแห่งหิมะที่งดงาม และกลายเป็นรีสอร์ทสกีธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในซีอานและมณฑลส่านซี ดึงดูดนักเล่นสกีจากทั่วทุกสารทิศให้มาสัมผัสประสบการณ์การเล่นสกีท่ามกลางทัศนียภาพของภูเขาฉินหลิงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวบริสุทธิ์ รีสอร์ทแห่งนี้สามารถรองรับนักเล่นสกีได้พร้อมกันประมาณ 1,000 คน โดยมีเส้นทางสกีที่หลากหลายระดับ ตั้งแต่สำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้มีประสบการณ์

การเล่นสกีที่นี่ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและทัศนียภาพอันตระการตา นอกจากกิจกรรมสกีแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมฤดูหนาวอื่นๆ เช่น การเล่นสโนว์บอร์ด หรือเพียงแค่เดินเล่นชมทิวทัศน์หิมะที่สวยงาม รีสอร์ทสกีคุยฮวาซานจึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสนุกสนานในฤดูหนาวและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ

9. สันเขาพานหลง (Panlong Ridge)

สันเขาพานหลงเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์หินที่โดดเด่นและน่าทึ่งของอุทยานธรณีชุยฮวาซาน ชื่อ "พานหลง" ซึ่งหมายถึง "มังกรขด" บ่งบอกถึงลักษณะของสันเขาที่คดเคี้ยวและขรุขระราวกับมังกรที่กำลังเลื้อยบนผืนดิน สันเขาแห่งนี้ประกอบด้วยหินรูปร่างแปลกตาและก้อนหินขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่กินเวลานับล้านปี

การสำรวจสันเขาพานหลงเป็นการผจญภัยที่ท้าทายเล็กน้อย แต่คุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน ผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าและปีนเขาจะได้พบกับเส้นทางที่น่าตื่นเต้น พร้อมกับทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของขุนเขาฉินหลิงและป่าไม้เบื้องล่าง สันเขาแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความงามอันดิบเถื่อนและพลังของธรรมชาติที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ขึ้นบนโลก

10. หุบเขากานหู (Ganhu Valley)

หุบเขากานหูเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่งดงามและเงียบสงบภายในอุทยานธรณีชุยฮวาซาน มอบความรู้สึกที่แตกต่างจากการผจญภัยในพื้นที่เลื่อนถล่มอันยิ่งใหญ่ หุบเขาแห่งนี้โดดเด่นด้วยลำธารที่ไหลรินอย่างต่อเนื่อง น้ำใสไหลเย็น และป่าไม้เขียวขจีที่อุดมสมบูรณ์ สร้างบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลบหนีจากความวุ่นวายของโลกภายนอก

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน หุบเขากานหูจะประดับประดาไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสันที่บานสะพรั่ง มอบความสดใสและความมีชีวิตชีวาให้กับทัศนียภาพ การเดินเล่นเลียบไปตามลำธาร สูดอากาศบริสุทธิ์ และฟังเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายและเติมพลังให้กับร่างกายและจิตใจ หุบเขากานหูจึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการปิกนิก ถ่ายภาพธรรมชาติ หรือเพียงแค่นั่งเงียบๆ ชื่นชมความงามของระบบนิเวศอันสมบูรณ์

การเตรียมตัวและคำแนะนำ

การเดินทางไปยังอุทยานธรณีชุยฮวาซานฉินหลิงเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น แต่การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและสนุกสนานยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชม

ชุยฮวาซานมีความงดงามในทุกฤดูกาล ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่คุณต้องการสัมผัส:

  • ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤศจิกายน): เป็นช่วงที่แนะนำมากที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทิวทัศน์ธรรมชาติ ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีทองและแดงสดใส สร้างภาพทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา เหมาะสำหรับการเดินป่าและชมวิว

  • เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมเทศกาลดอกอาซาเลียที่บานสะพรั่งทั่วทั้งภูเขา

  • ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม): อากาศเย็นสบายกว่าในเมืองซีอาน เหมาะสำหรับการหลบร้อน ว่ายน้ำในทะเลสาบธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ

  • ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาว โดยเฉพาะการเล่นสกีและเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

การเข้าชมโดยทั่วไปใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง หรือ 4-6 ชั่วโมงสำหรับการเดินป่า ทำให้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบหนึ่งวัน ค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 65 หยวน ในช่วงฤดูท่องเที่ยว (มีนาคม-พฤศจิกายน) และ 40 หยวน ในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)

บทสรุป

ชุยฮวาซานฉินหลิงจีโอพาร์คไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางอันยิ่งใหญ่ที่ผสานการผจญภัยเข้ากับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว จากร่องรอยแห่งแผ่นดินไหวโบราณที่สร้างสรรค์ "ทะเลหิน" อันน่าทึ่ง ไปจนถึงทะเลสาบเทียนฉือที่สะท้อนความงดงามของสรวงสวรรค์ ถ้ำลมและถ้ำน้ำแข็งที่ท้าทายความหนาวเย็น ไปจนถึงน้ำตกที่ไหลรินเป็นสายธารแห่งชีวิต ทุกย่างก้าวในอุทยานแห่งนี้คือการค้นพบที่น่าอัศจรรย์ใจ

ภูเขาแห่งนี้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของโลก และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บงำเรื่องราวตำนานจากยุคอดีตกาล พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้นักปราชญ์และกวีได้สร้างสรรค์ผลงานอมตะ การเยี่ยมชมชุยฮวาซานจึงเป็นการเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ปีนเขา ล่องเรือ สกี หรือเพียงแค่ชื่นชมความสงบเงียบของธรรมชาติ คุณจะรู้สึกได้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพลังอันยิ่งใหญ่ของโลก และความซาบซึ้งในมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ชุยฮวาซานคืออัญมณีแห่งฉินหลิง ที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณในฐานะสถานที่แห่งความงามอันไร้ที่ติ การผจญภัยที่น่าตื่นเต้น และความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ใบนี้

.

-------------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-----------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.

.

xxx

yyy

.

---------------------

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward