เฉิงตู (Chengdu) เมืองมหานคร

มหานครเฉิงตู (Chengdu) “เฉิงตู” ดินแดนแห่งความผ่อนคลาย เสน่ห์จีนโบราณ และบ้านเกิดหมีแพนด้า
เฉิงตู (Chengdu) เมืองมหานคร มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่ได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องจากนานาชาติ ด้วยการผสมผสานอันลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก ความงดงามของธรรมชาติ และสถานะอันเป็นที่รักยิ่งในฐานะ "บ้านเกิด" ของหมีแพนด้ายักษ์
เมืองมหานครแห่งนี้ไม่ใช่เพียงศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ แต่ยังเป็นโอเอซิสแห่งวิถีชีวิต "สโลว์ไลฟ์" ที่โดดเด่นท่ามกลางความเร่งรีบของเมืองใหญ่อื่นๆ ในจีน National Geographic ได้ขนานนามเฉิงตูว่าเป็นหนึ่งใน "สุดยอดทริปแห่งปี 2017" ในหมวดวัฒนธรรม และมักจะกล่าวถึงในฐานะจุดเริ่มต้นหลักสำหรับการเดินทางและการวิจัยเกี่ยวกับแพนด้า ขณะที่ BBC Travel เน้นย้ำถึงปรัชญา "màn shēnghuó" (慢生活) หรือชีวิตช้าๆ อันเป็นเอกลักษณ์ Lonely Planet ยังได้ระบุว่าเฉิงตูเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองใหญ่ของจีนที่นักเดินทางทั่วโลกต่างหลงรักอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงเสน่ห์ที่ลุ่มลึกของเมืองนี้ สถานะ "เมืองแห่งการกิน (City of Gastronomy)" แห่งแรกของเอเชียที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ในปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญด้านอาหารที่ยากจะหาใดเทียบ เฉิงตูจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เพียงเติมเต็มความอยากรู้อยากเห็น แต่ยังโอบกอดนักเดินทางด้วยความอบอุ่นและเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร
ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง
เรื่องราวของเฉิงตูถักทอขึ้นจากผืนผ้าแห่งกาลเวลามายาวนานกว่าสามพันปี ตั้งแต่ยุคสมัยแห่งอาณาจักรสู่ (Shu) โบราณ ซึ่งเป็นอารยธรรมยุคสำริดอันรุ่งเรืองในหุบแม่น้ำแยงซีเกียง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญถูกค้นพบที่แหล่งโบราณคดีจินซา (Jinsha Site) ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและพิธีกรรมของอาณาจักรสู่หลังจากแหล่งซานซิงตุย (Sanxingdui) ที่อยู่ใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนทางวัฒนธรรมและการปกครองในอดีต นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบสุสานร่วมที่บรรจุโลงศพรูปเรือ (Joint Tombs of Boat-shaped Coffins) ในเขตเมืองเฉิงตู สะท้อนให้เห็นถึงประเพณีการฝังศพอันเป็นเอกลักษณ์ในปลายยุคอาณาจักรสู่ โบราณสถานเหล่านี้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเฉิงตูที่ได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของมรดกโลก (UNESCO Tentative List) ในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) ภายใต้ชื่อ "แหล่งโบราณคดีรัฐสู่โบราณ"
หนึ่งในความภาคภูมิใจทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก คือระบบชลประทานตุเจียงเยี่ยน (Dujiangyan Irrigation System) ซึ่งสร้างขึ้นราว 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช (พ.ศ. 287) โดยปราศจากเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ และยังคงใช้งานได้ดีจนถึงปัจจุบัน สามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกกว่า 600,000 เฮกตาร์ในที่ราบเฉิงตู ระบบนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงปัญญาและนวัตกรรมของชาวจีนโบราณที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ระบบชลประทานตุเจียงเยี่ยนนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ร่วมกับภูเขาชิงเฉิง (Mount Qingcheng) ในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ภูเขาชิงเฉิงยังเป็นแหล่งกำเนิดของลัทธิเต๋า (Daoism) โดยมีวัดโบราณหลายแห่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเสฉวนตะวันตก
ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เฉิงตูได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงราชวงศ์ชิง ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของตรอกควานไจ๋ (Kuanzhai Alleys) และถนนจินหลี่โบราณ (Jinli Ancient Street) ซึ่งยังคงรักษากลิ่นอายของอดีตไว้อย่างมีชีวิตชีวา ปัจจุบัน เฉิงตูได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก โดยผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก รวมถึง iPad กว่าครึ่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ "แถบและเส้นทาง" (Belt and Road Initiative) ของจีน และเป็นประตูสู่ที่ราบสูงทิเบต และความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว
วิถีชีวิต "สโลว์ไลฟ์" ที่เฉิงตู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมปาซู่ (Bashu Culture) ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของเมือง มีสุภาษิตเสฉวนที่กล่าวว่า "อย่าเข้าเสฉวนเมื่อยังหนุ่ม และอย่าจากไปเมื่อแก่เฒ่า" (Don't enter Sichuan when you are young, and don't leave when you are old) ซึ่งสะท้อนถึงความเกรงกลัวว่าความสะดวกสบายและความผ่อนคลายของเมืองนี้จะทำลายความทะเยอทะยานของคนหนุ่มสาว ความผ่อนคลายนี้ เห็นได้ชัดเจนในวัฒนธรรมโรงน้ำชาโบราณ ที่ผู้คนใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการจิบชา เล่นไพ่นกกระจอก และเพลิดเพลินกับการทำความสะอาดหู ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เฉิงตูจึงเป็นเมืองที่ทั้งทันสมัยและยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งอดีตไว้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การมาเยือนที่นี่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและน่าค้นหา
มหานครเฉิงตู (Chengdu) เป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน (Sichuan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมืองนี้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกจากการเป็นบ้านเกิดของ “หมีแพนด้ายักษ์” สัตว์ประจำชาติที่เป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก และยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมจีนโบราณ วิถีชีวิตเรียบง่าย อาหารรสจัดจ้านสไตล์เสฉวน และธรรมชาติที่สวยงามน่าหลงใหล
เฉิงตู ไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันไว้อย่างกลมกลืน ใครที่เคยมาเยือนมักจะกล่าวว่า “เฉิงตูคือเมืองที่มีเสน่ห์ไม่รู้จบ” เพราะคุณสามารถนั่งจิบชาในสวนแบบจีนโบราณ แล้วอีกไม่กี่นาทีก็สามารถชมการแสดงงิ้วเสฉวน หรือสัมผัสเทคโนโลยีทันสมัยได้ในเมืองเดียวกัน ไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยว เฉิงตูเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนเร้นไว้ซึ่งไฮไลท์อันน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ @ เฉิงตู (Chengdu)
- เฉิงตู (Chengdu) เมืองมหานคร
- เฉิงตู รถไฟฟ้า (Chengdu Metro)
- เฉิงตู ฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู
- เฉิงตู สนามบินนานาชาติเฉิงตู เทียนฟู่ (Chengdu Tianfu International Airport)
- เฉิงตู ฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู
- เฉิงตู รูปปั้นหมีแพนด้ายักษ์ปีนตึก IFS
- เฉิงตู วัดหวู่โหว (Wuhou Temple)
-
-
-
- เฉิงตู ตู้เจียงเอี้ยน จตุรัสหย่างเทียนวู่ แพนด้าเซลฟี (Panda Selfie)
- เฉิงตู ตู้เจียงเอี้ยน ฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ (Giant Panda Breeding Research Base)
- เฉิงตู ตู้เจียงเอี้ยน ภูเขา Qingcheng (Mount Qingcheng) / แหล่งมรดกโลก
- เฉิงตู ตู้เจียงเอี้ยน ระบบชลประทาน (irrigation system) / มรดกโลก
-
-
-
------
เฉิงตู เป็นเมืองที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมจีนโบราณ ธรรมชาติอันงดงาม อาหารอร่อย และวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย ทำให้เมืองนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาติ เฉิงตู ตั้งอยู่ใจกลางมณฑลเสฉวน มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มล้อมรอบด้วยภูเขา อากาศมีความชื้นตลอดปี มีฤดูร้อนที่ร้อนชื้นและฤดูหนาวที่เย็นแต่ไม่หนาวจัด เหมาะสำหรับท่องเที่ยวได้ทั้งปี เฉิงตูมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,300 ปี เคยเป็นศูนย์กลางของราชวงศ์โบราณ เช่น ราชวงศ์ซู (Shu) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามอาณาจักรในยุคสามก๊ก เมืองนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมเสฉวนซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านภาษา ดนตรี อาหาร และวิถีชีวิต ในอดีต เฉิงตูเคยเป็นศูนย์กลางการค้าไหมของเส้นทางสายไหมตอนใต้ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของจีนโบราณ จนถึงปัจจุบัน เฉิงตูก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในระดับประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และเทคโนโลยี
เฉิงตู ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน แต่เป็นมหานครแห่งความหลากหลายที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ตั้งแต่แพนด้ายักษ์ที่น่ารัก วัฒนธรรมอาหารเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ วิถีชีวิตที่ผ่อนคลายและสงบเงียบ ไปจนถึงมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ล้ำค่า การได้รับการยอมรับในระดับโลกจาก UNESCO ในฐานะเมืองแห่งการกิน และเป็นแหล่งรวมมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของเมืองนี้
การเดินทางสู่เฉิงตูจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัสจิตวิญญาณอันงดงามของเมือง ที่ซึ่งอดีตและปัจจุบัน อารมณ์ขันและความสุขุม ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในตรอกโบราณ จิบชาในโรงน้ำชาดั้งเดิม หรือลิ้มรสอาหารอันเลื่องชื่อ เฉิงตูจะมอบประสบการณ์ที่น่าประหลาดใจและน่าจดจำให้แก่นักเดินทางทุกคน เฉิงตูจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่รอให้คุณมาค้นพบความมหัศจรรย์และหลงรักในทุกรายละเอียด
#iok2utravel #เฉิงตู #แพนด้ายักษ์ #อาหารเสฉวน #เมืองแห่งการกิน #มรดกโลก #วัฒนธรรมชา #เที่ยวจีน #มหานครช้าๆ #บันทึกการเดินทาง
.
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
-------------------------

